าษอย่างตระกูลเซียวอ่อนแอไม่ได้ความ เมื่อเกิดวิกฤติทางการทหาร แม้ว่าราชสำนักจะเปล่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ฮ่องเต้เองก็ไม่ยินยอม แต่อย่างไรเสียคงต้องเรียกระดมพลเร่งด่วน ทั้งนายทหารเก่าจากแดนไกล และใช้งานขุนนางผู้ซื่อสัตย์กล้าหาญใหม่อีกครา”
เมื่อเป็นเช่นนี้พวกหย่งอี้โหวก็จะกลับมา!
เจี้ยนซูคาดไม่ถึงเหลือเกินว่าเจียงเสวี่ยหนิงจะคิดถึงขั้นนี้ได้ แทบไม่ต่างจากแผนการของเซียนเซิงเมื่อวานเลย!
เจียงเสวี่ยหนิง “ใช่หรือไม่”
เจี้ยนซูไม่ตอบ เพียงก้มศีรษะแล้วเอ่ยว่า“สรุปคือเซียนเซิงแจ้งว่าในเมื่อท่านขอความช่วยเหลือจากเซียนเซิง เช่นนั้นเซียนเซิงก็จะให้ความช่วยเหลือแก่คุณหนู ท่านวางแผนส่วนของท่าน เซียนเซิงวางแผนส่วนของเซียนเซิง มิได้เป็นอุปสรรคต่อกันขอรับ”
“…”
ผ่านไปเนิ่นนาน ในที่สุดเจียงเสวี่ยหนิงก็หัวเราะออกมา
เมื่อเทียบกับแผนการใหญ่ของเซี่ยเวยแล้วนางช่างมีสายตาตื้นเขินและความคิดคับแคบหากนางแตกหักกับเซี่ยเวย การช่วยเหลือเสิ่นจื่ออีก็จะเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่งยวด ทั้งยังไม่รู้อีกว่าคนแซ่เซี่ยจะคอยปัดแข้งปัดขาอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า ทว่าหากนางตกลง ทิศทางของเรื่องย่อมต่างจากที่นางคาดการณ์อยู่บ้าง แต่อย่างน้อยก็มั่นใจว่าจะช่วยองค์หญิงใหญ่ได้แน่นอน
มิหนำซ้ำจวนโหว…
นางใช้ความคิด มิได้เอ่ยอะไรมากไปกว่านี้อีก
สุดท้ายกล่าวเพียงว่า “เซียนเซิงคิดอ่านรอบคอบ ย่อมเดินตามวิธีการของเซียนเซิง”
ต้องเตรียมการทุกสิ่งอย่าง