์แทนองค์หญิงโดยแจ้งว่าเสียชีวิตระหว่างการปล้นเจ้าสาว กอปรกับมีสิ่งของแทนตัวองค์หญิงไว้หน่อย ไม่ว่าใครย่อมคิดไม่ถึงว่าองค์หญิงใหญ่ตัวจริงทรงหลบหนีไปแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ย่อมขจัดเภทภัยที่จะตามมาได้ขอรับ”
เจียงเสวี่ยหนิงฟังแล้วใจสั่นสะท้าน
มีหรือจะไม่เคยคิดแผนการแบบนี้เนื่องด้วยวิธีนี้จบปัญหาได้ในคราวเดียว ตัดความคิดที่จะตามหาเสิ่นจื่ออีของราชวงศ์ไปเสีย
เพียงแต่ปล้นชิงตัวคนยังพอทำเนา ทว่าผลักไสตัวตายตัวแทนผู้บริสุทธิ์ให้ออกไปสิ้นชีพแทนเสิ่นจื่ออีนั้น ประการแรกย่อมหาคนยาก ส่วนประการที่สองคือนางหักใจทำไม่ลง
มิหนำซ้ำ ตามความเข้าใจที่นางมีต่อเซี่ยเวยอย่างผิวเผินในชาติก่อน…
เจียงเสวี่ยหนิงเงยหน้ามองเจี้ยนซู ถามว่า“เกรงว่าคงยังกล่าวไม่จบกระมัง การอภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธไมตรีเกี่ยวพันถึงการเจรจาเพื่อสันติของสองแว่นแคว้น เกี่ยวพันโยงใยสลับซับซ้อน ในเมื่อเซียนเซิงเองก็เห็นด้วยกับแผนชิงตัว แล้วไหนเลยจะยอมปล่อยโอกาสดีดุจฟั้าประทานเช่นนี้ไป ยามนั้นหากต้องการชิงคนและ ‘ปลงพระชนม์’ องค์หญิง เกรงว่าไม่เพียงต้องให้คนปลอมตัวเป็นโจรภูเขา อีกทั้งยังต้องทิ้งเงื่อนงำที่เกี่ยวข้องกับเชื้อพระวงศ์ต๋าต๋าไว้บ้างเพื่อจงใจสร้างแผนลวง กระตุ้นความหวาดระแวงกันระหว่างสองแคว้น กระทั่งว่ายังถึงขั้นก่อสงครามอีกด้วย”
เจี้ยนซูเงียบงันไม่เอ่ยวาจา
เจียงเสวี่ยหนิงกลับแน่นหน้าอก “เมื่อมีสงครามก็จำเป็นต้องใช้กำลังทหาร เสือกระด