่าที่เห็นกลับดูไม่เป็นเช่นนั้น
กล่าวถึงขั้นนี้แล้ว หากเสริมอีกแม้แต่ประโยคเดียวเกรงว่าคงกลายเป็นความผิดมหันต์ที่ไม่อาจแก้ไข เจียงปั๋อโหยวเป็นขุนนางมานานหลายปีย่อมรู้จักเก็บงำความรู้สึก และโชคดีที่เซี่ยเวยพูดด้วยความเป็นมิตร ไม่ว่าอย่างไรย่อมหาทางลงได้
ดังนั้นจึงเผยรอยยิ้ม “จวีอันกล่าวถูกต้องยิ่งนัก ลูกหนิงเพียงดื้อรั้นไปบ้างเท่านั้น ไม่ถือว่ามีอะไรหนักหนา”
เขาโบกมือให้เมิ่งซื่อ “หลินจืออ๋องมีพระจริยวัตรสูงส่ง ทั้งยังเป็นที่โปรดปรานของฝั่าบาทสมควรเป็นคู่ครองที่ดี งานวิวาห์ของลูกฮุ่ยไม่นับว่าเลวร้ายจริง ๆ อีกไม่นานสำนักโหรหลวงจะกำหนดฤกษ์ ที่บ้านมีเรื่องต้องเตรียมการมากมาย สถานการณ์สับสนยุ่งเหยิง ฮูหยินรีบไปจัดการให้ทันเวลาเถอะ”
เมิ่งซื่อถูกเซี่ยเวยพูดแทงใจดำจี้จุดตาย ทำให้ความโกรธเกรี้ยวและอาการเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยากตำหนิเจียงเสวี่ยหนิงเมื่อครู่เบาบางลง นางหนังตากระตุกหลายครั้ง สุดท้ายก็ไม่เอ่ยสิ่งใดอีกหมุนกายแล้วเดินจากไป
เจียงเสวี่ยหนิงหันหลังให้ ไม่ได้ผินหน้ากลับไปมอง
ส่วนเจียงเสวี่ยฮุ่ยมีสีหน้าละอายใจคล้ายต้องการพูดอะไรบางอย่าง ทว่าสถานการณ์ไม่เหมาะจะเอ่ยวาจาจริง ๆ จึงทำได้เพียงเปล่งเสียงหัวเราะขมขื่น ยกชายกระโปรงยอบกายคารวะเจียงปั๋อโหยวกับเซี่ยเวยแล้วถอยจากไปก่อน
เจียงเสวี่ยหนิงยังคงก้มหน้าใช้ผ้าแพรเช็ดมือ
เซี่ยเวยหลุบตามอง เห็นนางออกแรงเช็ดจนหลังมือเป็นรอยแดงปืนใหญ่ สิ้นคราบส