ม่ได้รู้สึกว่าเซี่ยเวยดีต่อนางเป็นพิเศษ เข้าใจว่าสถานการณ์ของนางคงทำให้เซี่ยเวยไพล่นึกถึงเรื่องอื่นเสียมากกว่า
สิ่งที่ปรากฏในหัวสมองคือเรื่องของตระกูลเซียวในชาติก่อน
ใจสั่นสะท้านในบัดดล
เจียงเสวี่ยหนิงมิกล้าขัดคำสั่งเซี่ยเวยแม้แต่น้อย นางผงกศีรษะอย่างว่านอนสอนง่าย ตอบกลับไปว่า “อาจารย์สั่งสอนถูกต้องแล้ว วันนี้ศิษย์จะทบทวนการบ้านเจ้าค่ะ”
ท่าทางอยู่ในโอวาทเกินเหตุของนางทำให้ความคับข้องใจของเซี่ยเวยพุ่งพรวดอย่างเลี่ยงไม่ได้ มิหนำซ้ำยังมีเจียงปั๋อโหยวอยู่ด้านข้าง พวกเขายังต้องปรึกษาหารือกัน ไม่สะดวกจะรั้งนางไว้เพื่อพูดคุยอะไรมาก เขาจึงปล่อยไปก่อน ค่อยให้มาเตรียมตัวรับการทดสอบทีหลัง
เจียงเสวี่ยหนิงย่อมฉวยโอกาสหนีไปเงียบ ๆ
จวบจนวิ่งอย่างเร็วรี่ถึงประตูกลางและหายไปจากครรลองจักษุของพวกเขา นางถึงผ่อนฝีเท้า กระทั่งว่ายังอดเหลียวกลับไปมองไม่ได้เซี่ยเวยผู้นี้ยากจะคาดเดาความคิด ทว่าก็เป็นคนรู้จักกาลเทศะและวางตัวเหมาะสมจนผู้อื่นยกย่อง แม้แต่นางซึ่งรู้จักนิสัยใจคอของเขาดียังอดสงสัยไม่ได้ สมัยก่อนตระกูลเซียวและราชวงศ์ทำอะไรให้เขากันแน่ ไปสร้างความแค้นล้ำลึกไว้เช่นไรถึงทำให้คนผู้นี้ฉีกกระชากผิวหนังของนักปราชญ์อันหนักแน่นน่าเชื่อถือจนกลายเป็นมารร้ายได้
คำพูดแปลกประหลาดพิสดารและสีหน้าของโหยวฟางอิ๋นเมื่อชาติก่อนผุดขึ้นมาในสมองเจียงเสวี่ยหนิง นางรู้สึกใคร่รู้จนอยากจะค้นหาเพิ่มเติมมากขึ้นอีกนิด
แต่ชั่วพ