งการให้พวกนางมีความสุข
เพียงแต่การทรมานผู้อื่นมิเท่ากับทรมานตนเองด้วยหรอกหรือ
เสิ่นเจี้ยเป็นวิญูชนผู้หล่อเหลาอ่อนโยนและสง่างาม เป็นนักรักอย่างบัณฑิต ทว่าเช่นเดียวกับบุรุษในใต้หล้า นั่นคือมิใช่ผู้ลุ่มหลงในรักเดียวแต่อย่างใด เขาคงค่อย ๆ ค้นพบว่านางมิใช่ผู้ทำให้เขาหวั่นไหวคนนั้น ช่วงข้าวใหม่ปลามันสองปีแรกดูดดื่มหวานชื่นไม่ยอมแยกจาก ออดอ้อนให้เขาไม่ละทิ้งได้อย่างง่ายดาย ทว่าเมื่อเขาขึ้นครองบัลลังก์ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในราชสำนักไทเฮากดดันให้เลือกพระสนมคนใหม่ จากนั้นเซียวซูก็เข้าวัง เขาจึงเปลี่ยนใจ เพียงรักษาไมตรีผิวเผินกับนางผู้เป็นฮองเฮา
สุดท้ายสิ่งที่ช่วงชิงมาก็มิใช่ของตนอยู่ดี
และสิ่งที่เจียงเสวี่ยฮุ่ยมีก็ใช่ว่านางจะชื่นชอบ
เจียงเสวี่ยหนิงนอนอยู่ครึ่งค่อนวันถึงจะลุกจากเตียง
มิใช่อยากไปดูว่าเจียงเสวี่ยฮุ่ยเป็นเช่นไร แต่วันนี้เป็นวันหยุดพักให้ขันทีภายในวังผลัดกะพอดีนางต้องการพบคนผู้หนึ่ง
เซียวซูกลายเป็นพระสนม ใช้แผนการเดิมไม่ได้อีก
นางเหลือเวลาไม่มากแล้ว
หลังจากล้างหน้าบ้วนปากและเดินออกจากเรือนของตน เจียงเสวี่ยหนิงก็บังเอิญพบเจียงเสวี่ยฮุ่ยซึ่งแต่งกายงดงามสดใสขึ้นหลายส่วนและมีสาวใช้จำนวนมากรายล้อม ใบหน้างามหมดจดสอดรับกับการแต่งหน้าอันวิจิตรบรรจง ดูสง่างามและสุขุมเยือกเย็น
นางถือผ้าเช็ดหน้าซึ่งปักดอกหงเจียงตรงมุม
เจียงเสวี่ยหนิงมองนางแวบหนึ่ง ครั้นเห็นเมิ่งซื่ออยู่ข้าง ๆ ก็คร้านจะ