เจียงปั๋อโหยวถวายฎีกาขอให้สืบสวนตระกูลเซียวเท่ากับกล้าลูบหนวดเสือแล้วจริง ๆ ตระกูลเซียวทั้งเบื้องบนจดเบื้องล่างต่างตกตะลึงและเดือดดาล ยิ่งไปกว่านั้นไม่ว่าในราชสำนักหรือชาวบ้านร้านตลาด ก็มีคนไม่น้อยคาดเดากันว่าเจียงปั๋อโหยวจะถึงคราวซวยเมื่อใด
ตระกูลเซียวเป็นถึงพระประยูรญาติฝั่ายพระชนนีที่กำลังเรืองอำนาจในปัจจุบัน เป็นตระกูลเดิมของไทเฮา!
ทุกคนเห็นเป็นที่ประจักษ์ว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมา เสิ่นหลางซึ่งเป็นฮ่องเต้ทรงมีท่าทีต่อตระกูลเซียวเช่นไร นับว่าถึงขั้น ‘ให้ท้าย’ ไปแล้วด้วยซ้ำ แม้ตำแหน่งรองเสนาบดีกรมคลังจะไม่ต่ำต้อยในราชสำนัก ทว่ายามอยู่หน้าพระพักตร์ฮ่องเต้จะนับเป็นอะไรได้
“ยามปกติรองเสนาบดีเจียงก็ดูมิใช่คนเรื่องมาก เหตุใดเลอะเลือนเช่นนี้ ถึงกับแล่นมางัดข้อกับตระกูลเซียว”
“เกรงว่าคงทำเพื่อบุตรีกระมัง”
“นั่นสิ ได้ยินว่าเพราะเรื่องการคัดเลือกพระชายาหลินจืออ๋อง พวกตระกูลใหญ่สูงศักดิ์ภายในเมืองหลวงต่างลอบทุ่มแรงกันอยู่ลับ ๆ มิใช่ว่าคนตระกูลเซียวเป็นผู้แพร่ข่าวเสื่อมเสียของคุณหนูตระกูลเจียงตั้งแต่แรกหรือไร”“ผู้อ่อนแอย่อมไม่อาจงัดข้อกับผู้แข็งแกร่งกว่าได้อยู่แล้ว ไยต้องทำเพื่อชำระความแค้นเคืองนี้ด้วยเล่า”
“น่าเสียดาย น่าเสียดาย”
ไม่มีใครคิดว่าเจียงปั๋อโหยวจะได้รับสิ่งที่ต้องการจากตระกูลเซียว
จริงดังคาด ไม่ว่าราชสำนักจะวิพากษ์วิจารณ์เช่นไร ทว่าผู้ออกมายืนเคียงข้างเจียงปั๋อโหยวกลับมีไม่มากนัก