แต่ละคนกลัวว่าหากออกหน้าจะตกเป็นเปั้าโจมตีก่อนจนคราวเคราะห์มาเยือนอีกทั้งเมื่อถวายฎีกาขึ้นไปก็ยังไม่ได้รับการอนุมัติถูกเสิ่นหลางระงับและเก็บไว้ไม่ได้ถ่ายทอดคำสั่งลงมา
เซียวหย่วนพึงพอใจยิ่งนัก ปั่าวประกาศว่าจะให้เจียงปั๋อโหยวได้เห็นดีกัน
แต่ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าผ่านไปเพียงหนึ่งวันฎีกาซึ่งถูกระงับกลับส่งตรงไปสำนักมหาบัณฑิตมอบหน้าที่ให้เหล่าขุนนางที่ปรึกษาเป็นผู้ร่างมติและหารือกันว่าจะอนุมัติหรือไม่
ถึงจะเป็นความเคลื่อนไหวเล็กน้อย ทว่าแฝงความนัยลึกซึ้งในสายตาของผู้เฝั้าจับตาดู
แต่ละฝั่ายลอบวางแผนกันอย่างช่วยไม่ได้เหล่าขุนนางที่ปรึกษาแห่งสำนักมหาบัณฑิตนั่งล้อมโต๊ะซึ่งวางฎีกาฉบับหนึ่งอยู่ตรงกลาง มองหน้ากันไปมาไม่ยอมเอ่ยวาจา กลัวว่าตนจะคาดเดาพระราชดำริของฮ่องเต้ผิดไป
บ่ายวันนั้นเซียวหย่วนจึงประหวั่นลนลาน
ท้ายที่สุดแล้วเขาก็เป็นขุนนางฝั่ายหน้ามิหนำซ้ำยามนี้หากเข้าวังเพื่อขอเข้าเฝั้าก็อาจเผยพิรุธ ทั้งยังกลัวจะถูกผู้อื่นกุมจุดอ่อน จึงสั่งให้เซียวซูซึ่งเป็นเด็กรุ่นเยาว์เข้าเฝั้าถวายพระพรไทเฮา
*****
ตำหนักฉือหนิงยามพลบค่ำทาบทอด้วยแสงอาทิตย์อัสดง
เหล่านางกำนัลซึ่งถวายการปรนนิบัติเสวยพระกระยาหารเย็นเดินออกมาเป็นทิวแถว
เซียวซูสวมชุดหรูหรางามสง่าดูมีชีวิตชีวาขัดกับตำหนักฉือหนิงใต้แสงสายัณห์สลัวบนท้องฟั้าอย่างชัดเจน นางยืนนิ่งรอการเรียกตัวเข้าเฝั้าอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเดินข้ามประตูตำหนักเข้าไป
เซียว