ยความสงสัยใคร่รู้ว่า “เจ้ารู้เรื่องคดีเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ก้านโจวได้อย่างไร”เจียงเสวี่ยหนิงกลอกตามองค้อน “เกี่ยวผายลมอะไรท่านด้วย”
เซียวติ้งเฟย “…”
ไฉนสตรีดี ๆ พอขลุกอยู่กับข้านานวันเข้าถึงพูดคำหยาบเลียนแบบข้าได้เนี่ย
เขาย่นหัวคิ้ว “เจ้าเป็นสตรีนะ”
เจียงเสวี่ยหนิงแค่นหัวเราะ ยกจานเมล็ดแตงมาตั้งตรงหน้า คว้าขึ้นมากำหนึ่งแล้วโยนใส่ปากปราศจากบุคลิกของกุลสตรีผู้อ่อนโยนเยี่ยงคุณหนูตระกูลใหญ่แม้แต่น้อยแต่กิริยาท่าทางทำตามอำเภอใจเช่นนั้น…
เซียวติ้งเฟยมองเคลิ้ม บังเกิดขวัญกล้าเทียมฟั้า ลอบเข้าใกล้เงียบ ๆ หวังจะกุมมือขาวผุดผ่องข้างนั้นของนาง
เจียงเสวี่ยหนิงตบใบหน้าเขาเบา ๆ คราหนึ่งพร้อมเลิกคิ้ว “รนหาที่ตายรึ”
เซียวติ้งเฟยกุมหน้าด้วยความน้อยใจ “ข้าเพิ่งช่วยเจ้าทำงานตั้งมากมาย รางวัลสักนิดสักหน่อยก็ไม่มีเลยหรือ”
เจียงเสวี่ยหนิงผลักจานใส่เมล็ดแตง “ให้ท่านเอาไหม”เซียวติ้งเฟย “…”
ข้าก็เป็นคนแกะมารดามันเองไม่ใช่หรือไร
เขาอึดอัดคับข้องใจ แต่เมื่อเห็นว่าเจียงเสวี่ยหนิงจะนำเมล็ดแตงจานนั้นกลับคืนก็รีบตะครุบมากำหนึ่ง ก่อนจะยืนริมหน้าต่างมองลงไปยังด้านล่างเป็นเพื่อนนาง
กำลังแสดงเรื่อง ‘ความฝันยามต้มข้าวฟั่าง[1]’
เป็นเรื่องราวน่าเศร้าและแปลกประหลาดพิสดารเซียวติ้งเฟยชมอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็จับจ้องนางเป็นเวลานาน ถามขึ้นมาว่า “เจ้าแค่อยากช่วยองค์หญิงให้พ้นจากกรงขังจริง ๆ หรือ”
นิ้วมือซึ่งกำลังหยิบ