เมล็ดแตงของเจียงเสวี่ยหนิงหยุดชะงัก นางเคลื่อนสายตากลับมามองเขาประหนึ่งรู้สึกว่าคำถามนี้ช่างพิลึกพิลั่น“ไม่อย่างนั้นข้าจะทำไปเพื่ออันใด”
เซียวติ้งเฟยไม่เอ่ยวาจา
เขามิใช่คนโง่งม มองดูสีหน้าคนเพื่อทำมาหากินตั้งแต่เด็ก ฝึกปรือฝีมือด้านการจับอารมณ์ความรู้สึกที่ผู้อื่นกำลังเก็บงำอยู่จนล้ำเลิศ
ผ่านไปเนิ่นนานเขาพลันเปล่งเสียงหัวเราะ “ข้าแค่กำลังคิดว่ายามเจ้ามององค์หญิง ใช่บังเกิดความรู้สึกเหมือนกำลังมองตัวเองอยู่หรือเปล่านะ”
——————–1. ความฝันยามต้มข้าวฟั่าง ประพันธ์โดยเสิ่นจี้จี้สมัยราชวงศ์ถัง เรื่องมีอยู่ว่าบัณฑิตหลูผู้มีชีวิตยากลำบากไปพักอยู่โรงเตี๊ยมเดียวกับหลี่ว์ต้งปินซึ่งเป็นหนึ่งในแปดเซียนอีกฝั่ายมอบหมอนให้และบอกว่าหากใช้หนุนนอนจะร่ำรวยรุ่งเรือง ขณะนั้นเจ้าของโรงเตี๊ยมกำลังหุงข้าวฟั่าง บัณฑิตหลูจึงนอนรอ เขาฝันว่าตนมีอาชีพการงาน ฐานะคู่สมรส และบุตรที่ดีตลอดชั่วอายุขัยแปดสิบปี แต่พอตื่นมาจึงพบว่าเป็นแค่ความฝันส่วนข้าวฟั่างก็ยังไม่สุก จึงใช้อุปมาว่าฝันสลาย ไม่อาจเป็นจริง