ยหนิงตอบด้วยความซื่อตรง “ไม่เจ้าค่ะ”
ในที่สุดเจียงปั๋อโหยวก็ทนต่อไปไม่ไหว หน้าหงิกตวาดด้วยโทสะ “เอะอะกันเสร็จหรือยัง! คิดว่ายังวุ่นวายกันไม่พออีกหรือ”
ครานี้ภายในห้องจึงสงบได้เสียทีเจียงปั๋อโหยวจับอะไรบางอย่างได้จากคำพูดของเจียงเสวี่ยหนิงเมื่อครู่ พลันเอ่ยถาม “ที่ยายหนูหนิงบอกว่ามีคนวางแผนลอบกัดหมายความเช่นไร”
เจียงเสวี่ยหนิงหรี่ตายิ้ม “หากมิได้ประโยชน์ย่อมไม่รีบตื่นตั้งแต่เช้า เห็นชัดว่าสาเหตุของเรื่องวุ่นวายครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากข้า แต่อยู่ที่ท่านพี่ต่างหาก ปีก่อนฝั่าบาทเคยตรัสว่ามีพระประสงค์จะแต่งตั้งพระอนุชารัชทายาท อีกทั้งบัดนี้ยังไม่ทราบว่าเด็กในท้องเวินเจาอี๋เป็นชายหรือหญิงสตรีจำนวนมากในเมืองหลวงจึงจ้องตำแหน่งพระชายาหลินจืออ๋องตาเป็นมัน ท่านพ่อเป็นขุนนางราชสำนัก คิดว่าคงพบเห็นเรื่องพรรค์นี้มามากแล้วกระมัง เหตุการณ์ครั้งนี้ลูกได้รับความเดือดร้อนเพราะท่านพี่แท้ ๆ ทว่าสุดท้ายกลับตำหนิลูกแทน ช่างน่าขันเสียจริง”
เมิ่งซื่อตะลึงงันในบัดดล
แม้เจียงเสวี่ยฮุ่ยจะมิได้เอ่ยอะไรมาก ทว่ากลับมองเรื่องราวได้ทะลุปรุโปร่ง จึงผงกศีรษะเบา ๆ
ใช่ว่าเจียงปั๋อโหยวจะปราศจากความคิดนี้
เปลือกนอกเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญ มีคนขุดเหตุการณ์ตอนปีกลายของยายหนูหนิงขึ้นมาทว่าเมื่อคิดลึกลงไปอีกชั้น ผู้ได้รับผลกระทบต่อจากนั้นกลับเป็นลูกฮุ่ยซึ่งกำลังจะเข้ารับการคัดเลือกพระชายาหลินจืออ๋อง และพอคิดลึกลงไปอีกทอด ผู้ได้