้ามาทำงานให้นาเกลือตระกูลเหรินอีก
นาเกลือตระกูลเหรินจึงถูกทำให้โดดเดี่ยว
เหรินเหวยจื้อกับโหยวฟางอิ๋นไหนเลยจะยังดูไม่ออกอีกว่าคนกลุ่มนี้ไม่มีวันเลิกราโดยง่าย
แม้เดิมทีทุกคนได้ยินชายฉกรรจ์แจ้งว่ามีข่าวดี กำลังจะเริ่มกอบกู้นาเกลือตระกูลเหรินขึ้นใหม่แต่ครั้นได้ยินเรื่องนี้ก็ยังอดกังวลไม่ได้
มีคนส่งเสียงบริภาษด่าทอ “จะไร้ยางอายมารดามันเกินไปแล้ว!”
มีคนหัวเราะ “ผู้คนบนโลกหล้าล้วนไปมาหาสู่กันเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทั้งสิ้น มีอะไรน่าแปลก! นับแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน มีเรื่องเช่นนี้ให้เห็นน้อยเสียที่ไหนกันเล่า”
มีคนถามด้วยความใจร้อน “ต่อจากนั้นล่ะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร”
เสี่ยวเอ้อร์นำเครื่องเคียงสองจานซึ่งเพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ จากครัวและหมั่นโถวสองสามลูกมาวางบนโต๊ะ
ชายฉกรรจ์เดินทางมาจากแดนสู่ ระหว่างทางหากไม่รีบเร่งก็นอนหลับพักผ่อน อาหารที่ได้กินมีน้อยยิ่งนัก พูดไม่กี่ประโยคก็หน้ามืดวิงเวียนเมื่อเห็นเสี่ยวเอ้อร์ยกอาหารมาจึงรีบขอบคุณ
เขากินหมั่นโถวสองคำก่อน ต่อมาดื่มน้ำร้อนอึกหนึ่ง จากนั้นถึงเล่าต่อ
พูดได้ว่าขณะนี้นาเกลือตระกูลเหรินกำลังเข้าตาจน ถูกบีบคั้นทุกทิศทาง
เหรินเหวยจื้อเกือบยอมแพ้
ในขณะที่ฮูหยินจากเมืองหลวงผู้อ่อนโยนเป็นมิตรซึ่งเพิ่งแต่งงานมาแดนสู่ได้ไม่นาน เมื่อเผชิญเรื่องเช่นนี้กลับเด็ดเดี่ยวยิ่งนัก ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว ไม่รู้ใช้วิธีการอะไรถึงกับเชิญท่านเจ้าเมืองมายังนาเกลือโดยแจ้