งว่าต้องการให้เขาเป็นสักขีพยาน ต่อมาจึงส่งเทียบเชิญเป็นวงกว้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของนาเกลือซึ่งใช้บ่อน้ำบาดาลผลิตเกลือให้มาร่วมงานเลี้ยง
แดนสู่ส่งส่วยเป็นเกลือบ่อ แม้ปริมาณสู้เกลือทะเลซึ่งผลิตจากดินแดนเลียบชายฝังไม่ได้ แต่นาเกลือน้อยใหญ่รวมแล้วก็มีกว่าร้อยแห่ง
นางให้จัดงานเลี้ยง เลี้ยงดูปูเสื่อด้วยสุราอาหารชั้นยอด
ท่านเจ้าเมืองนั่งตรงกลาง บรรดาเจ้าของนาเกลือคนอื่น ๆ นั่งอยู่ด้านข้าง
สุราผ่านไปสามรอบ ไม่มีผู้ใดเริ่มเอ่ยปากก่อน
จวบจนพ่อค้าเกลือซึ่งมีอำนาจมากสุดในงานเลี้ยงถามขึ้นอย่างตรงไปตรงมา “เถ้าแก่เหรินแจ้งว่าเชิญพวกข้ามาร่วมหารือการแบ่งปันวิธีสร้างเครื่องขุดบ่อ บัดนี้อาหารก็กินแล้ว สุราก็ดื่มแล้ว ไม่สู้คุยธุระพูดจาอย่างเปิดอกกันเลยดีกว่า”
บทที่ 157 พลิกฟืนขึ้นมาใหม่ (2)เหรินเหวยจื้อกับโหยวฟางอิ๋นสบตากันจากนั้นจึงลุกขึ้น
ผู้คนต่างมองสามีภรรยาคู่นี้ ทว่าทั้งสองกลับสั่งให้พ่อบ้านยกปึกกระดาษเซวียนหนาเตอะซึ่งเขียนตัวอักษรและลงตราประทับเอาไว้แต่แรกเข้ามา ส่งให้เจ้าของนาเกลือในงานคนละแผ่น
เหนือความคาดหมายของทุกคนยิ่งนัก
เมื่อก้มอ่านสิ่งที่เขียนบนกระดาษก็ยิ่งขมวดคิ้วมุ่น มองหน้ากันไปมา ถึงขั้นมีคนเปล่งเสียงหัวเราะเย้ยหยันถามว่า “เถ้าแก่เหรินความความว่าอย่างไรกันนี่?!”ครานี้เซียวติ้งเฟยยังอดสงสัยใคร่รู้ไม่ได้ “บนกระดาษเขียนอะไรไว้หรือ”
ชายฉกรรจ์คีบอาหารยัดเข้าปากเคี้ยวสองสามครั้ง ยาม