น ทุกคนรู้หมดว่าเกิดเรื่องแล้ว มีไม่กี่รายยอมจ่ายเงินรับซื้อและกลายเป็นคนหน้าโง่ที่ขาดทุน
แม้จะแขวนปั้ายราคาหุ้นแต่กลับปราศจากผู้ซื้อราคาดิ่งลงเรื่อย ๆ ทุกวัน
คราแรกอยู่ที่หนึ่งพันหกร้อยอีแปะ จากนั้นก็หนึ่งพันห้าร้อยอีแปะ หนึ่งพันสี่ร้อยอีแปะ
ครั้นวันที่สี่ก็ดิ่งลงเหวมาอีกห้าร้อยอีแปะ!
เนื่องจากวันนี้เถ้าแก่หลี่ว์แห่งร้านโยวหวงซึ่งถือหุ้นอยู่ในมือมากที่สุดในเมืองหลวงไม่อาจทนรับความกระทบกระเทือนจากเหตุการณ์ทางนาเกลือได้ ครั้นพิจารณาอย่างถ้วนถี่ อาจเพราะต้องการความมั่นคง เขาจึงปล่อยหนึ่งหมื่นหุ้นออกไปก่อนเพื่อยับยั้งความเสียหายของตนเอง
*****ขณะข่าวแพร่มาถึงเจียงเสวี่ยหนิง นางกำลังนั่งเดินกลหมากอยู่หน้ากระดาน หมากดำหมากขาวเดินไปครึ่งกระดานแล้ว พอได้ยินจึงเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาทอประกายแปลกประหลาดเล็กน้อย
ผ่านไปเนิ่นนานถึงเปล่งเสียงหัวเราะ
ดวงตาดำขลับฉายแววเจ้าเล่ห์ให้เห็นรำไรนางใช้ตัวหมากเคาะคางตนเองเบา ๆ พลางเอ่ยว่า “ตอนแรกฉวยโอกาสช่วงวิกฤติกดราคาซื้อหุ้นของข้า ก็นึกว่าเจ้าพ่อค้าหน้าเลือดคนนี้จะทนได้สักแค่ไหน! คิดไม่ถึงว่าเขาเองก็จะขายทิ้ง…”
คนที่ยืนอยู่ด้านนอกคือผู้ส่งข่าวจากนาเกลือก่อนหน้านี้ มีนามว่าหลิวหยาง เขารั้งอยู่ในเมืองหลวงมาหลายวันแล้ว ทว่าไม่อาจอ่านความคิดของคุณหนูรองเจียงผู้นี้ได้เลย
เขาละล้าละลังครู่หนึ่ง จากนั้นจึงถามว่า “จะฉวยโอกาสซื้อกลับมาหรือไม่ขอรับ”
เจียงเสวี่ยหนิงวา