่วพริบตา
โรงเตี๊ยมสู่เซียงแทบเกิดจลาจล
นอกจากแขกภายในโรงเตี๊ยมจะไม่ลดลงแล้วกลับทวีเพิ่ม ทุกคนล้วนอยากรู้ว่านาเกลือตระกูลเหรินที่ก่อนหน้านี้ขยับขยายกิจการใหญ่โตจะลงเอยเช่นไร
ภายในจวนชิงหย่วนปั๋อ โหยวเย่ว์ยิ่งร้อนใจจนปากเป็นร้อนใน ทอดสายตามองนอกประตูเป็นระยะชิงหย่วนปั๋อนั่งอยู่ด้านหลังโต๊ะภายในห้องอักษร เมื่อเห็นนางมีท่าทีเช่นนี้ความไม่พอใจที่สั่งสมก็ปะทุ หลายวันก่อนเขาเพิ่งยิ้มระรื่นหน้าชื่นตาบานกับโหยวเย่ว์ แต่บัดนี้กลับพูดจาร้ายกาจทิ่มแทงจิตใจราวกับจะแตกหักกัน “เคยบอกตั้งแต่แรกแล้วว่าพ่อค้าพวกนั้นเชื่อใจไม่ได้ แต่เจ้าอยากอวดเบ่งใช้เงินซื้อหุ้นบ้าบออะไรนั่น!คราวนี้เป็นอย่างไรเล่า ไฟไหม้นาเกลือแล้ว! มีเงินมากเท่าไหร่ก็เสียไปหมดโดยเปล่าประโยชน์!ฉวยโอกาสที่ตอนนี้ข่าวเพิ่งแพร่ออกมา ราคาหุ้นยังไม่ได้ตกรุนแรงมากนัก รีบขายไปให้หมดเลยนะ! เงินที่เสียไปได้กลับคืนมาเท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น!”
โหยวเย่ว์กำลังอารมณ์ขุ่น เมื่อได้ยินเช่นนี้ใบหน้าจึงบิดเบี้ยวไปหลายส่วนนางไม่คิดจะรักษาจารีตที่ต้องให้เกียรติผู้อาวุโสอย่างยากจะพบเห็น
นางเคลื่อนสายตากลับมามองบิดาพร้อมระเบิดหัวเราะเย้ยหยัน “ท่านพ่อกล่าวเช่นนี้ไม่รู้สึกละอายบ้างหรือเจ้าคะ! หลายวันก่อนยังถามข้าอยู่เลยว่าราคาขึ้นไปเท่าไหร่แล้ว แต่พอเกิดเรื่องกลับตำหนิข้าเหมือนตนคาดการณ์ได้ล่วงหน้าราวกับตาเห็นแน่ะ!”
ชิงหย่วนปั๋อไม่เอาไหนก็ส่วนไม่เอาไหน ทว่ายามอ