ก็บเงินของตนพลางกล่าวด้วยความตื่นเต้นนิด ๆ“ผู้อื่นมองการณ์ตื้นเขิน แต่เป็นโอกาสอันดีของข้า! ตอนนี้กำลังกลุ้มใจพอดีว่าจะหาซื้อหุ้นจากที่ใด ไม่มีใครซื้อขายกันเลย! ข้าต้องฉวยโอกาสซื้อหุ้นจำนวนนี้มาให้จงได้!”
จากนั้นจึงหยิบตั๋วแลกเงินพร้อมตราประทับมุ่งหน้าไปยังโรงเตี๊ยมสู่เซียง
เพียงแต่หลายวันที่ผ่านมาสถานการณ์ของหุ้นนาเกลือตระกูลเหรินร้อนแรงเพียงใดเล่า
สองพันหุ้นนั้นแบ่งปล่อยเป็นสี่งวด เมื่อโหยวเย่ว์เดินทางไปถึง สองงวดแรกก็ถูกคนชิงตัดหน้าไปก่อนแล้ว นางต้องเสนอราคาสูงถึงหนึ่งพันหกร้อยอีแปะถึงจะชิงหุ้นสองงวดสุดท้ายจำนวนหนึ่งพันหุ้นมาได้ทัน
เมื่อรวมกับสี่พันหุ้นที่ถืออยู่จึงมีทั้งสิ้นห้าพันหุ้น
อีกหนึ่งพันหุ้นนั้นหลี่ว์เสี่ยนส่งคนมาแย่งซื้อตัดหน้าไปก่อนแล้ว
หุ้นงวดนี้มีปริมาณน้อยและไม่อาจยืนยันได้ว่าปล่อยมาจากผู้ใด เขาจึงไม่ใส่ใจมากนัก
ครั้นได้หุ้นมาแล้วก็เดินทางไปยังจวนตระกูลเซี่ยเพื่อดื่มชากับเซี่ยเวย
ขณะนี้เซี่ยเวยกำลังฟังเจี้ยนซูรายงานสถานการณ์ของเจียงเสวี่ยหนิง
เมื่อฟังจบหัวคิ้วก็ขมวดมุ่น
เจี้ยนซูคิดว่าหลี่ว์เซียนเซิงกับเซียนเซิงของตนรู้จักกันมานานหลายปี มิหนำซ้ำหลี่ว์เซียนเซิงก็ทำงานให้เซียนเซิง อีกทั้งหลี่ว์เสี่ยนให้ความสำคัญกับเรื่องเงินเสมอมา เห็นทรัพย์สมบัติประดุจชีวิต ดังนั้นหลังจากเจี้ยนซูลังเลครู่หนึ่งจึงเอ่ยถามว่า “คุณหนูรองเจียงปล่อยหุ้นเหมือนมีแผนการบางอย่าง จะบอกเรื่องนี