ส่งนางไปอภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธไมตรีอาจนำเภทภัยมาสู่ต้าเฉียนมากกว่าเดิมก็ได้
…
แรกเริ่มเป็นแค่เรื่องเล่าเหลวไหลที่ทุกคนสนทนาหลังดื่มน้ำชาหรือรับประทานอาหาร
แม้แต่ขุนนางราชสำนักยังมิได้คิดจริงจังอย่างไรเสียชาวบ้านร้านตลาดก็วิพากษ์วิจารณ์เหตุบ้านการเมืองเสมอมา ทุกคนแค่พูดไปอย่างนั้น คงไม่ส่งผลกระทบใหญ่หลวงอันใด ข่าวลือที่มีแต่การคาดเดาพรรค์นี้นานวันเข้าก็จะสลายไปเอง
ทว่าครั้งนี้เหมือนเหตุการณ์จะต่างจากที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง
ล่วงเข้าเดือนสอง ข่าวลือตามท้องตลาดไม่เพียงไม่ทุเลา ตรงข้ามกลับมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
กระทั่งว่าในวันขึ้นสองค่ำเดือนสองซึ่งเป็นวันมังกรเชิดหัว[1] ขณะบัณฑิตซึ่งเดินทางมาสอบที่เมืองหลวงนามว่าเวิงอั๋งกำลังเดินเที่ยวชมธรรมชาติ เขาก็พูดโพล่งอย่างตรงไปตรงมาหลังดื่มจนเมามายว่า “ตระกูลเซียวทะเยอทะยานประดุจหมาปั่า สมควรให้พวกเขาส่งคุณหนูของตนไปสมรสเชื่อมสัมพันธไมตรีที่ต๋าต๋าต่างหาก”
ขณะนั้นมีบัณฑิตอยู่ด้วยไม่น้อย
อีกทั้งเวิงอั๋งเป็นผู้คงแก่เรียน คำพูดนี้จึงแพร่กระจายดั่งโยนก้อนหินลงน้ำจนเกิดระลอกคลื่นนับพัน
เดิมทีจำนวนผู้สนับสนุนและคัดค้านมีกันคนละครึ่ง
คิดไม่ถึงว่าถ้อยคำนี้จะแพร่ถึงหูเซียวเยี่ยคุณชายรองแห่งตระกูลเซียวซึ่งพักฟืนอยู่บ้านเนิ่นนานกว่าจะหายจากอาการบาดเจ็บและยังต้องทนรับความแค้นจากเซียวติ้งเฟยอยู่แต่ในจวน ยากเย็นนักกว่าจะได้ออกมาข้างนอก ทว่ากลับได้ยินเสีย