แม้เซียวติ้งเฟยไม่รู้ว่านางกล้าบอกว่าเงินก้อนโตเช่นนี้เป็นเรื่องง่ายดายได้อย่างไร แต่ก็ไม่ได้ถามมากความ เมื่อได้รับการฝากฝังก็ไปสาละวนวุ่นวายอยู่นอกวัง ใคร่ชมดูความสนุกสนานโดยมิได้กลัวเหตุการณ์จะลุกลามบานปลายเลยสักนิด
เจียงเสวี่ยหนิงกลับเรือนหยางจื่อและเริ่มคำนวณเรื่องเงินทันที
ความจริงวิธีการที่นางคิดขึ้นมานั้นง่ายแสนง่าย มิหนำซ้ำเพลานี้ยังไร้หนทางอื่น โหยวฟางอิ๋นในชาติก่อนเรียกการกระทำเช่นนี้ว่า ‘ตัดกุยช่าย[1]’
เพียงแต่หากอยากตัดกุยช่ายก็จำต้องมีเงินจำนวนหนึ่งอยู่ในมือเสียก่อน
ช่วงที่ผ่านมาแม้เซียวติ้งเฟยจะ ‘แสดงความกตัญู’ ด้วยการมอบสิ่งของให้ไม่น้อย ทว่าส่วนใหญ่เป็นของพระราชทานล้ำค่า ไม่สะดวกนำไปแลกเปลี่ยนเป็นทรัพย์สินเงินทอง
เจียงเสวี่ยหนิงคำนวณไปคำนวณมาก็นึกถึงเซี่ยเวย
ด้วยเหตุนี้ช่วงหลายวันที่ผ่านมา เซี่ยเซียนเซิงผู้ยิ่งใหญ่เลยพบว่าลูกศิษย์แสนซนชอบก่อเรื่องของตนไม่รู้กินยาผิดสำแดงมาหรือไร ยามอยู่ต่อหน้าเขาจึงว่านอนสอนง่ายอยู่ในโอวาท ถึงขั้นประจบประแจงราวกับเป็นสุนัขรับใช้อย่างไรอย่างนั้น
ยามศึกษาเล่าเรียนภายในตำหนัก นางมักเบิกตากว้างจ้องมองเขาอยู่เสมอ
ยามศึกษาพิณและหมากล้อมที่ตำหนักข้างหลังเลิกเรียน นางก็จะสนทนากับเขาอย่างตั้งใจรินน้ำชาส่งพู่กันให้ด้วยอากัปกิริยาผิดแผกจากเดิมโดยสิ้นเชิง
แม้พบกันตรงสถานที่อื่นภายในวังหลวงเป็นครั้งคราว นางก็ยังพินอบพิเทาปราศจากความรำคาญและท่าท