ีอิดออดเฉกเช่นที่ผ่านมาแม้แต่น้อย…
เมื่อทำอะไรผิดปกติไปจากเดิม แสดงว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
นางมีนิสัยเช่นไรเซี่ยเวยรู้แจ่มแจ้งมานานแล้วเขาดูออกตั้งแต่แรกว่านางกำลัง ‘ทำดีหวังผล’ทว่ามิได้เปิดโปง เสพสุขกับการปรนนิบัติพัดวีของลูกศิษย์ซึ่งเดิมทีมีนิสัยเกกมะเหรกเกเร ใคร่ดูสิว่านางจะเสแสร้ง ‘กตัญูรู้คุณ’ ได้อีกนานเพียงใด
ในที่สุดผ่านไปชั่วพริบตาก็ใกล้ถึงช่วงออกจากวังเพื่อหยุดพักผ่อนอีกครั้ง
วันนี้เจียงเสวี่ยหนิงมารออยู่ตำหนักข้างตั้งแต่เนิ่น ๆ ชงชาชั้นเลิศซึ่งขอมากาหนึ่งจากตำหนักของเสิ่นจื่ออีอย่างพิถีพิถัน อีกทั้งบรรเลงเพลงพิณซึ่งเซี่ยเวยต้องการทดสอบให้ฟังรอบหนึ่งด้วย
ครั้นเซี่ยเวยมาถึงนางก็มอบชาชั้นเลิศให้ก่อนจากนั้นบรรเลงเพลงพิณด้วยความชำนาญ
เซี่ยเวยมีเวลาว่างอย่างหาได้ยากนัก เขายกน้ำชาดื่มพลางฟังการบรรเลง แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงมองสำรวจสีหน้าของเจียงเสวี่ยหนิงเป็นระยะ พบว่าเมื่อนางบรรเลงเสร็จก็เงยศีรษะมองสำรวจตนด้วยท่าทีคล้ายมีเรื่องอยากจะกล่าวแต่ไม่กล้า เขาจึงลอบขบขันอยู่ในใจ
จริงดังคาด ต่อมาจอมหลอกลวงน้อยก็เอ่ยปากพูดด้วยอาการอึกอัก “ช่วงหลายวันที่ผ่านมาเซียนเซิงเห็นว่าศิษย์พอจะก้าวหน้าและกลับตัวกลับใจหรือยังเจ้าคะ”
เซี่ยเวยจงใจกล่าวด้วยท่าทีเรียบเฉย “พอจะนับเป็นเช่นนั้นได้”
เจียงเสวี่ยหนิง “…”
นางกลั้นหายใจ นึกถึงเงินหลายหมื่นตำลึงซึ่งตน ‘ฝาก’ ไว้กับอีกฝั่ายจึงยอมข่มความคิดจะแตกหัก