องนาง “การคำนวณเป็นศาสตร์แขนงหนึ่ง หากรู้ ‘แนวโน้ม’ ก็จะเข้าถึงหลักการ”
เจียงเสวี่ยหนิงมองหมากกล่องนั้น
ขณะช้อนตาโดยไม่เจตนา นางพบว่านิ้วมือเรียวข้างซ้ายของเซี่ยเวยช่างน่าดูชมยิ่งนัก ทว่าบนข้อนิ้วนางห่อผ้าดิบบาง ๆ ทั้งยังลอบได้กลิ่นหอมสะอาดของยาทาเล็กน้อยความคิดอย่างหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวสมอง จำได้ว่ามือเขามีแผลยามพบหน้าที่ทงโจว แต่จำไม่ได้ว่าอยู่บริเวณใดหรือนิ้วข้างใด นางจึงถามขึ้นว่า “บาดแผลที่มือของเซียนเซิงยังไม่หายดีหรือเจ้าคะ”
นิ้วที่กำลังคีบตัวหมากของเซี่ยเวยหยุดชะงัก
เขาเลิกเปลือกตา เม้มปากเป็นเส้นตรงทอดสายตามองเจียงเสวี่ยหนิงซึ่งนั่งฝังตรงข้ามโดยไม่เปล่งวาจาเป็นเวลานาน
เจียงเสวี่ยหนิงหัวใจเต้นรัว รู้สึกว่าสายตานี้แฝงความเย็นยะเยือกอย่างบอกไม่ถูก ริมฝีปากขมุบขมิบคิดจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าสุดท้ายก็ไม่กล้าเอ่ย
เป็นความเงียบเนิ่นนานจนใจเต้นไม่เป็นส่ำ
สุดท้ายเซี่ยเวยก็เป็นฝั่ายรั้งสายตากลับก่อนไม่แยแสสิ่งที่นางถามเมื่อครู่ พูดต่อจากประโยคก่อนหน้านี้ราวกับไม่ได้ยิน “บนกระดานหมากล้อมคือการซ้อมรบ สิ่งที่แข่งกันคือสติปัญญากระดานหมากเสมือนชายแดน ส่วนตัวหมากเสมือนทหาร นับแต่โบราณน้ำทำให้เรือจมและทำให้เรือลอย การได้หรือสูญเสียหมากตัวหนึ่งอาจเป็นเรื่องเล็กน้อย ทว่าหากปล่อยทิ้งไว้นานเข้าจะกลายเป็นการสร้างแนวโน้มจนยากจะขจัดอุปสรรคขัดขวางและสั่งสมจนเกิดเภทภัย ดังนั้นผู้เดินหมากควรนำมาใช้ให้