งตำหนักฉือหนิงร่วมกับทุกคน
เสิ่นเจี้ยตะลึงงัน
เขาอดหันศีรษะกลับไปมองเจียงเสวี่ยหนิงไม่ได้ ยามเห็นเรือนร่างอรชรของคุณหนูรองเจียงซึ่งเคยมีวาสนาพานพบกันไม่กี่ครั้งผู้นี้ แม้จะเดินท่ามกลางฝูงชนก็ยังแยกแยะเงาร่างผอมเพรียวได้จากการมองผาดเดียว ดวงตาของเขาค่อย ๆ ฉายแววสับสนเล็กน้อย
คล้ายว่านัยน์ตาของนางทอแววเศร้าสร้อยอันล้ำลึกออกมาให้เห็น
หรือสติเขาไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจนตาฝาดไปเอง
เซียวซูเดินออกไปไม่ไกลนัก โทสะบนใบหน้ายังไม่เลือนหาย นางหันกลับมาคล้ายต้องการกล่าวอะไรบางอย่างกับเจียงเสวี่ยหนิง
อย่างไรก็ตาม เจียงเสวี่ยหนิงคาดเดาได้ตั้งแต่แรกแล้ว
พริบตาที่เซียวซูหมุนกายกลับมาเผชิญหน้าริมฝีปากของเจียงเสวี่ยหนิงก็ประดับรอยยิ้มคล้ายไม่ยิ้มบาง ๆ ชิงหาเรื่องย้อนเล่นงานก่อน“เคยได้ยินคนร่ำลือกันว่าตอนเด็ก ๆ ติ้งเฟยซื่อจื่อแห่งจวนกั๋วกงมีความสามารถเพียงดูผ่านตาก็จดจำไม่ลืมเลือน ถือเป็นเด็กอัจฉริยะ คิดไม่ถึงว่าบัดนี้กลับมาเมืองหลวงจะกลายเป็นคนสำมะเลเทเมาที่กล่าวถ้อยคำเหลวไหลไม่รู้จักยั้งคิด ไยจวนกั๋วกงไม่รู้จักควบคุมดูแลให้ดีเสียบ้างเล่า”
ทุกคน “…”เซียวซู “…”
ต่อให้มีคำพูดอีกแค่ไหนก็ต้องกลืนกลับลงท้อง ลืมแม้กระทั่งว่าตนกำลังโกรธเคืองเรื่องอะไรไปชั่วขณะ
ไม่ได้พบกันเกือบเดือน เมื่อได้เจอกันอีกคราเจียงเสวี่ยหนิงก็ยังคงเป็นเจียงเสวี่ยหนิงคนเดิมที่ใครก็รับมือไม่ถูกและต้องแค้นใจจนต้องเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน!
**