เช้าวันต่อมา เจียงเสวี่ยหนิงได้ยินว่าเมื่อคืนจวนกั๋วกงเกิดเหตุทะเลาะเบาะแว้ง
บ่าวไพร่ซึ่งทำงานรับใช้ตระกูลใหญ่มีมากมายเพียงใครสักคนออกไปจับจ่าย ข่าวสารก็แพร่กระจายทั่วเมืองหลวง จากนั้นก็แพร่มาสู่บรรดาเจ้านาย
ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงว่าเช้าตรู่วันนี้เรื่องนั้นยังถูกนำไปกล่าวฟั้องถึงในวัง!
เซียวติ้งเฟยร้ายกาจจริง ๆ พูดประโยคเดียวก็ผิดใจกับเซียวซูแล้ว
สตรีในหอห้องคนใดเล่าจะทนรับวาจาสามหาวจากปากเขาได้
เนื่องจากพูดจาไม่ลงรอยกันจนเกิดโทสะ นางจึงสั่งให้ไปตามคนมา แล้วทั้งสองฝั่ายก็ลงไม้ลงมือ เดิมทีไม่ได้คิดจะทำอะไรเซียวติ้งเฟยจริง ๆผู้ใดจะคาดคิดว่าเจ้าอันธพาลผู้นี้ไม่ยอมเสียเปรียบแม้แต่นิด กล่าววาจาสามหาวแล้วไม่เพียงไม่รู้สึกผิด ทว่าตอนบ่าวไพร่จะเข้าไปกดร่างติดพื้นเขาก็ยังเตะเรียงคน ดังนั้นจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงบาดแผลเล็กน้อยระหว่างฉุดกระชากลากถูกันได้
ครานี้ดีเลย เซียวติ้งเฟยไม่สนใจสิ่งใดแล้ว
เขาวิ่งออกไปนั่งร้องโหยหวนอยู่ใต้กำแพงลานเรือนกลางดึก ตัดพ้อปาว ๆ ว่าตระกูลเซียวไม่ต้อนรับเขา คิดจะคร่าชีวิตชิงทรัพย์สมบัติ เมื่อร้องโวยวายเสร็จก็หลบหนี ค่ำคืนนั้นออกไปนอนค้างที่หอฉางเจียวซึ่งเป็นหอคณิกาหรูหราที่สุดในเมืองหลวง ถ้าแค่ไปนอนตระกองกอดสตรีร่างนุ่มนิ่มอรชรตลอดทั้งคืนน่ะยังพอทำเนา แต่นี่ยังไปแจ้งนายบัญชีด้วยว่าวันหลังจวนติ้งกั๋วกงจะมาจ่ายให้
เที่ยวนางโลมเองแล้วยังจะให้ตระกูลเซียวควักเงิน!
ฟั้ายังไม่