เจียงเสวี่ยหนิงนั่งทางซ้ายของโถงรับแขกมองผู้ที่นั่งอยู่ทางด้านขวาและอดนึกสงสัยไม่ได้ว่า รูปร่างดูผอมสูง แต่ไยความกล้าในตัวถึงมากมายนักนะ
นางคิดว่าอีกฝั่ายคงมาพบตนจนได้นั่นแหละแต่ก็ไม่นึกว่าจะรวดเร็วปานนี้
เพิ่งผ่านมาไม่ถึงสองวันเอง
เซียวติ้งเฟยไม่ได้พาพ่อบ้านตัวเกะกะผู้นั้นเข้ามาด้วย เขายกชาดื่มอึกหนึ่งพลางหรี่ตาอย่างอิ่มเอม ยิ้มร่าเอ่ยว่า “คุณหนูรองบอกว่าจะดูแลข้ามิใช่หรือ”เจียงเสวี่ยหนิงหัวเราะ “ท่านจำแม่นนัก”
เซียวติ้งเฟยใช้สองมือประคองถ้วยชาพร้อมส่งเสียงถอนหายใจดังเฮ้อ “คุณหนูรองอาจยังไม่รู้ ข้าอยู่ในเมืองหลวงถือว่าไร้ญาติขาดมิตร และเช้าวันนี้ยังผิดใจกับบิดาตัวดีที่ตำหนักจินหลวนอีกด้วย”
เจียงเสวี่ยหนิงยังคงไว้หน้า “อ้อ?”
เซียวติ้งเฟยจึงเล่าใส่สีตีไข่ถึงสิ่งที่เกิดขณะปรึกษาข้อราชกิจเช้า เขาปราศจากท่าทีสำนึกผิดแม้แต่น้อย ตรงข้ามกลับแสดงท่าทางออกลวดลาย น้ำเสียงแฝงความภาคภูมิใจคล้ายไปทำเรื่องยิ่งใหญ่อะไรมาเจียงเสวี่ยหนิงรู้อยู่แล้วว่าคนผู้นี้ร้ายกาจ
ชาติก่อนเซียวติ้งเฟยสนิทสนมกับนางมากหากสืบถามถึงต้นเหตุก็คงเพราะยามนั้นนางเป็นศัตรูกับเซียวซูและตระกูลเซียว กำลังต่อสู้กันดุเดือด ศัตรูของศัตรูคือสหาย ส่วนประการที่สองน่ะหรือ เซียวติ้งเฟยผู้นี้ไม่ว่าจะทำสิ่งใดล้วนดูรูปโฉม เป็นคนเจ้าชู้บ้ากาม ส่วนนางเองก็ชอบหยอกเย้ายั่วยวน จึงไม่เท่ากับว่าคนเลวย่อมดึงดูดคนเลวด้วยกันหรือไรเล่า
นางเองก็ชอบ