ใช่ว่าคนทั้งหลายไม่เคยได้ยินได้ฟังวาจาหยาบคายตามท้องตลาด ทว่าสถานที่แห่งนี้คือท้องพระโรงเชียวนะ!
ขันทีซึ่งยืนอยู่ข้างกายเสิ่นหลางล้วนตะลึงงัน!
จวบจนตอนนี้ทุกคนถึงรู้สึกตัว ติ้งเฟยซื่อจื่อผู้นี้มิใช่อย่างที่พวกข้าคิด อย่างไรเสียก็เข้ารังโจรเช่นนิกายสวรรค์ไปแล้ว เพียงฟังจากวาจาก็เดาได้ว่าตระกูลเซียวเจอดีแน่!
แต่ไหนแต่ไรมาขุนนางกรมพิธีการล้วนเน้นคำว่า ‘จรรยามารยาท’ หากเป็นเมื่อก่อนครั้นพบเหตุการณ์เช่นนี้ เกรงว่าคงออกมาตำหนิติเตียนแล้ว แต่ตอนนี้กลับเหลือบมองเซียวติ้งเฟยบ้างเหลือบมองฮ่องเต้บ้าง ครุ่นคิดว่าถึงอย่างไรคนผู้นี้ก็เป็นถึงผู้มีพระคุณเคยช่วยชีวิตฝั่าบาท
ไม่กล้าพูด ไม่กล้าพูด
แต่ละคนก้มหน้างุดเป็นเต่าหดหัว
เซียวหย่วนร้องด้วยความเดือดดาล “ฝั่าบาท!”
เสิ่นหลางพอทรงได้ยินวาจาหยาบคายสีหน้าก็แปรเปลี่ยนเช่นกัน พระขนงขมวดมุ่น ทว่าลำบากพระทัยอยู่บ้างส่วนเซียวติ้งเฟยเตรียมคำพูดไว้ตั้งแต่แรก จึงมองเขาและกล่าวโต้ “กตัญูรู้คุณคือคุณธรรมอันดับแรก หากผู้เป็นบุตรไม่ทดแทนพระคุณบุพการีเท่ากับอกตัญู กระหม่อมตกอยู่ในสภาวะจำยอมจนกลายเป็นปมภายในใจยากจะคลายออก หากฝั่าบาทมีพระราชประสงค์จะบังคับฝืนใจ ไม่สู้จับตัวกระหม่อมเข้าคุกหลวงในฐานะกบฏนิกายสวรรค์ ให้กระหม่อมตายและจบเรื่องราวทุกอย่างเสียเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”
เสิ่นหลางพลันตรัสโพล่ง “จะทำเช่นนั้นได้อย่างไรเล่า!”
พระองค์ทอดพระเนตรเซียวหย่วนพร้อมถอนพระทัยเฮ