ือก “ต่อให้เป็นขุนนางผู้เที่ยงธรรมก็ยากจะตัดสินเรื่องภายในครอบครัว ส่วนเราเองก็ไม่อาจตัดสินได้ เจ้าสร้างความดีความชอบด้วยการช่วยชีวิตเรา แล้วเราจะเนรคุณต่อหน้าคนใต้หล้าได้อย่างไร เช่นนั้นเราจะไม่กลายเป็นคนไร้คุณธรรมไปหรอกหรือ ในเมื่อเจ้ากลับเมืองหลวงมาแล้วย่อมมีเวลาคลี่คลายปมภายในใจกับตระกูลเซียว ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน นอกจากนี้จงพักฟืนรักษาตัวก่อนเถอะ วันหลังค่อยเข้าวังมาเข้าเฝั้าไทเฮา ส่วนเรื่องอื่นค่อยหารือกันภายหลังแล้วกัน เลิกประชุม”
ครั้นตรัสจบก็สะบัดแขนเสื้อเสด็จออกจากตำหนักจินหลวน ราวกับกลัวจะมีเรื่องบางอย่างมาติดพันไม่จบไม่สิ้น
บรรดาขันทีขานเลิกประชุมตามต่อให้เซียวหย่วนกราดเกรี้ยวเพียงใดก็ต้องกล้ำกลืนจนเจ็บหน้าอก จำใจค้อมกายคารวะเปล่งคำว่า “น้อมส่งเสด็จ” เสียงดังพร้อมเหล่าขุนนางทั้งหลาย ขณะเหยียดกายขึ้นก็ทำหน้าตาถมึงทึงจะระเบิดอารมณ์ใส่เซียวติ้งเฟย ทว่าเมื่อเคลื่อนสายตามอง ไหนเลยเจ้าตัวจะยังอยู่ในตำหนักอีก
เซียวติ้งเฟยรีบลุกขึ้นมาตั้งนานแล้ว เขาไปสืบข่าวคราวจากขันทีซึ่งกำลังยืนอย่างสงบเสงี่ยมนอกตำหนัก “สหาย หอนางโลมที่ดีที่สุดในเมืองหลวงอยู่ตรงไหน ฝั่าบาทตรัสว่าจะพระราชทานทรัพย์สินเงินทองให้ข้า แล้วจะนำมาส่งเมื่อใดล่ะ”
พวกคนที่ยืนเฝั้าด้านนอกเป็นเพียงขันทีน้อยจะเคยพบเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ได้อย่างไร
พวกเขาตกใจจนหน้าถอดสีทันที
ตระกูลเซียวย่อมมากอิทธิพล ทว่าหลายปีที่ผ่านมาถืออำน