าจบาตรใหญ่ ย่อมผิดใจกับสหายขุนนางในราชสำนักจำนวนไม่น้อยทีเดียว
ผู้มีความคิดชั่วร้ายกลุ่มหนึ่งพอจะจับเค้าอะไรออกบ้างแล้ว
หลังจากเลิกการฟังราชกิจไม่นานก็มีขุนนางกลุ่มเล็ก ๆ เข้าไปรุมล้อมกล่าวแสดงความยินดีและตีสนิทเซียวติ้งเฟย ไม่นานนักก็เดินโอบบ่ากันจากไป ถึงกับไม่เหลือบแลเซียวหย่วนสักแวบ!
แทบเห็นได้เลยว่าติ้งกั๋วกงผู้ยิ่งใหญ่กำลังจะกลายเป็นตัวตลกในไม่ช้า!
เซี่ยเวยมองเซียวหย่วนเดือดดาลกระวนกระวายอยู่ไกล ๆ หน้าตาเฉย ถึงขั้นเดินเข้าไปยิ้มปลอบเขาหลายประโยคเสียด้วยซ้ำ “ไยท่านกั๋วกงต้องเก็บมาใส่ใจด้วยเล่า คุณชายคงไม่ได้อยู่เมืองหลวงมาหลายปีจนบังเกิดความเข้าใจผิดต่อท่านอยู่บ้าง ในเมื่อท่านเป็นคนซื่อสัตย์เที่ยงตรงนานวันเข้าติ้งเฟยซื่อจื่อต้องทราบว่าเป็นการเข้าใจผิดและมาขอขมาท่านอย่างแน่นอน”
หากไม่พูดน่ะยังดี ครั้นพูดขึ้นมาก็เหมือนราดน้ำมันใส่กองเพลิง!
เซียวหย่วนกล้าระบายโทสะใส่เซียวติ้งเฟยแต่มิกล้าระบายโทสะใส่เซี่ยเวยเด็ดขาด ทำได้เพียงกัดฟันกรอดเอ่ยว่า “ขอบคุณรองราชครูเซี่ยที่ปลอบใจ”
ต่างไปล้อมปราบนิกายสวรรค์ที่ทงโจวเหมือนกันแท้ ๆ เซียวหย่วนกลับถูกตำหนิด่าทอในขณะที่เซี่ยเวยได้ครองอำนาจปกครองกรมโยธาธิการ ถือว่าได้เลื่อนหนึ่งขั้น นับว่าสุขสมหวังประสบความสำเร็จ รอยยิ้มที่ประดับใบหน้าทำให้รู้สึกว่าอีกฝั่ายคือเซียนซึ่งเหยียบย่างไอหมอกเมฆาลงมาจากสวรรค์เก้าชั้นฟั้าทุกคนมารายล้อมกล่าวแสดงความยินดีต