้งกองทัพ!
ถือว่าละโมบเพราะต้องการสร้างความดีความชอบ ไม่เพียงไร้ผลงาน ทั้งยังมีความผิดอีกด้วย
เสิ่นหลางไม่พอพระทัยยิ่ง ลงโทษหักเบี้ยหวัดครึ่งปีทันทีเงินเพียงเท่านี้ย่อมเล็กน้อยจนไม่สะเทือนตระกูลเซียวอันใหญ่โต ทว่าสิ่งสำคัญคืออับอายขายหน้าย่อยยับจนเขาไม่กล้าโงหัว
ส่วนผู้มีหน้ามีตามากที่สุดย่อมเป็นเซียวติ้งเฟย
เขาได้รับการตกรางวัลเป็นทองหนึ่งพันตำลึงเงินหนึ่งหมื่นตำลึง ผ้าไหมแพรพรรณหลายพับโบราณวัตถุของสะสมล้ำค่า รถม้าหรูหราอาชาหายาก กระทั่งว่ายังอวยยศให้เป็น ‘ผู้บัญชาการกองพัน’ ซึ่งตำแหน่งนี้ถือเป็นหนึ่งในแปดกองพันรักษาพระนครแห่งซีหยวน[1] เทียบเท่าขุนนางขั้นสี่ มีทหารใต้บังคับบัญชาได้จำนวนหนึ่ง
ผู้อื่นไต่เต้าด้วยความยากลำบากยังมาไม่ถึงตำแหน่งนี้ด้วยซ้ำ
ทว่าเขากลับดีนัก ครั้นกลับมาก็ได้รับตำแหน่งเลย
ช่างเป็นที่น่าอิจฉาตาร้อนเสียจริง
เพียงแต่ครั้นปูนบำเหน็จตามความดีความชอบเสร็จสิ้นและเสิ่นหลางสนทนาความหลังสมัยวัยเยาว์ตอนยังอยู่ในวังบางเรื่องกับเซียวติ้งเฟยแล้ว จู่ ๆ ก็เอ่ยถามขึ้นมาประโยคหนึ่ง “เมื่อสักครู่ยามติ้งเฟยเอ่ยถึงเรื่องในอดีตเอาแต่พูดว่า ‘ท่านกั๋วกง’ หรือไม่ก็ ‘ติ้งกั๋วกง’แต่กลับไม่เรียกเขาว่า ‘ท่านพ่อ’ เป็นเพราะเหตุใดหรือ”
ราชสำนักเต็มไปด้วยผู้ฉลาดหลักแหลมความคิดถ้วนถี่
คนไม่น้อยนึกถึงเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนเซียวติ้งเฟยพูดว่าเซียวหย่วนนำกำลังเสริมมาถวายความช่วยเหลือที่เมืองหลวงแล้