เป็นรัชทายาทและไปปรากฏตัวต่อหน้ากลุ่มกบฏผิงหนานอ๋องด้วยตนเอง จากนั้นให้ผิงหนานอ๋องปล่อยตัวเด็กเหล่านั้นตามคำสัญญาก็เท่ากับเป็นการสร้างบุญกุศล”
นายท่านโจวนึกอะไรได้ “แต่ปั่าปั้ายศิลาที่วัดไปั๋ถ่าพวกนั้น…”
มีคนเล่าต่อ “เจ้าสารเลวผิงหนานอ๋องเมื่อรู้ว่าได้ตัวรัชทายาทแล้วไหนเลยจะยังเก็บชีวิตเด็กคนอื่นเอาไว้อีก ย่อมสังหารทิ้งจนสิ้น กระทั่งกำลังเสริมของราชสำนักมาถึงและใช้ติ้งเฟยซื่อจื่อเป็นเครื่องต่อรองไม่สำเร็จนั่นละถึงตระหนักว่าได้รัชทายาทตัวปลอมมา ครั้นบันดาลโทสะก็สังหารทิ้งอีกไม่เหลือซาก! เพียงแต่เสียดายเด็กน้อยอายุแค่เจ็ดขวบนัก เด็กมากความสามารถยังมิทันได้เติบใหญ่กลับต้องมาเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเพราะประสบเภทภัยครั้งนี้! คนตระกูลเซียวกับเยี่ยนจึงขุดกองซากศพซึ่งถูกแช่จนเป็นน้ำแข็งหน้าประตูวังอยู่นานถึงพบหยกประดับลายมังกรรวมถึงฉลองพระองค์ที่เขาสวมใส่ขณะปลอมตัวเป็นองค์รัชทายาท ส่วนที่เหลือล้วนเป็นเศษแขนชิ้นเนื้อและกระดูกแหลกเหลว แต่ก็ไม่รู้เลยว่าเป็นของผู้ใด…”
“เวรกรรมจริง ๆ !”
“ได้ยินว่าเมืองหลวงช่วงหลายเดือนนั้นครั้นตกดึกจะมีเสียงเด็กน้อยโหยไห้ น่าขนพองสยองเกล้าเหลือเกิน ในที่สุดราชสำนักก็เก็บรวบรวมศพของเด็กน้อยน่าสงสารเหล่านี้ไปที่วัดไปั๋ถ่าและฝังข้างศาลาเฉาอิน จากนั้นจึงสร้างปั่าปั้ายศิลาพร้อมสลักชื่อแซ่ เชิญสมณะชั้นสูงภายในวัดมาสวดพระอภิธรรมเจ็ดครั้ง ครั้งละเจ็ดวัน รวมทั้งสิ้นสี่สิบ