เก้าวัน ถึงจะขจัดไอความแค้นของผู้ที่เสียชีวิตเพราะความอยุติธรรมและส่งดวงวิญญาณไปสู่ภพภูมิที่ดีได้…”“แต่บัดนี้ติ้งเฟยซื่อจื่อกลับยังมีชีวิตอยู่?”
เห็นชัดว่าคนเล่าก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องอัศจรรย์อดเดาะลิ้นกล่าวต่อไปไม่ได้ “ก็นั่นน่ะสิ! วันนี้พอตื่นเช้ามาข่าวก็แพร่สะพัดทั่วเมืองหลวงแล้ว ไม่อยากเชื่อเลยว่าโลกนี้มีเรื่องตายแล้วฟืนคืนชีพอยู่ด้วย! แต่พอคิด ๆ ดูก็มีเหตุผล อย่างไรเสียสมัยนั้นเยี่ยนฮูหยินก็ตามหาตัวไม่พบ มีเพียงฉลองพระองค์และหยกประดับ ได้ยินว่าตอนหิมะละลายก็เจอแต่เลือดเนื้อที่แหลกเละตั้งแต่ก่อนหน้านั้น ไหนเลยจะยังจดจำสภาพตอนเป็นคนได้อีก ไม่ว่าจะเป็นลูกของครอบครัวใดก็รูปร่างใกล้เคียงกัน ล้วนมีสภาพน่าอเนจอนาถ ได้ยินมาว่าติ้งเฟยซื่อจื่อไปตกอยู่ในเงื้อมมือของนิกายสวรรค์ โชคดีคราวนี้ใต้เท้าเซี่ยรองราชครูคนปัจจุบันช่วยออกมาได้ นับว่าสวรรค์มีตา สุดท้ายขุนนางผู้ซื่อสัตย์จงรักภักดีเช่นนี้ก็ย่อมโชคดีมีบุญวาสนา!”
สิ่งที่ชาวบ้านร้านตลาดเชื่อกันคือคำว่า ‘กุศลกรรมตอบสนอง’
ครั้นได้ยินเขากล่าวเช่นนี้ ทุกคนก็ผงกศีรษะแสดงความชื่นชมยินดี รู้สึกดีใจกับติ้งเฟยซื่อจื่ออยู่บ้าง
มีเพียงหลี่ว์เสี่ยนซึ่งนั่งลำพังอยู่ชั้นบนที่เปล่งเสียงหัวเราะไม่ยินดียินร้าย สอดปากทันที “ดูท่าสหายตรงชั้นล่างจะรู้เรื่องมากมายเชียวนะ ไฉนทำเหมือนเห็นเหตุการณ์มาด้วยตาตนเองเลยเล่าหรือว่าสมัยนั้นทำงานอยู่ในวังหลวง”คนผู้นั้นคิด