ว์เสี่ยนหนังตากระตุก “เพราะเหตุใด”
ครั้นเซี่ยเวยเข้ามาแล้วก็ดึงช่องลับบนชั้นวางหนังสือริมผนัง นำถุงตราประทับออกมาจากแขนเสื้อและวางลงไปพร้อมตราประทับขนาดเล็กชิ้นนั้น ตอบเสียงราบเรียบ “ต่อหน้าธารกำนัล เกรงว่าจะถูกผู้อื่นใช้เป็นจุดอ่อน”
“ผายลมสุนัขทั้งเพ!”
หลี่ว์เสี่ยนได้ยินก็อดบริภาษไม่ได้
“หากเจ้าตัดสินใจแล้วว่าจะกำจัดคนผู้นี้ ย่อมมีวิธีนับพันนับหมื่นประการไม่ให้ผู้อื่นล่วงรู้! ยิ่งไปกว่านั้นคนที่เดินทางไปกับเจ้าคราวนี้ยังมีตัวโง่งมเช่นเซียวหย่วนอีก หากจะใช้เป็นแพะรับบาปก็เหมาะสมที่สุดแท้ ๆ ! แล้วเจ้าพลาดโอกาสอันดีเช่นนี้ได้อย่างไร นี่เจ้ายังใช่เซี่ยจวีอันอยู่อีกหรือ…”
กล่าวถึงตรงนี้เขาก็หยุดชะงัก
หลี่ว์เสี่ยนมองช่องลับที่เซี่ยเวยปิดกลับไปอีกครา พลันรู้สึกสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมาหลายส่วน “นั่นคือของสำคัญอันใด”
เซี่ยเวย “ก็แค่ของกระจุกกระจิกที่ลูกศิษย์นำมาให้อาจารย์เพื่อแสดงความกตัญู”
หลี่ว์เสี่ยนจ้องมองเขา “เจียงเสวี่ยหนิงรึ”
เซี่ยเวยส่งเสียง “อืม”
หลี่ว์เสี่ยนไม่เปล่งวาจาทั้งยังมองเซี่ยเวยอยู่นาน เขาสัมผัสถึงอันตรายที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนได้ราง ๆ ดังนั้นจึงเอ่ยปากแฝงความนัย “เจ้ารู้จริงหรือว่าเจ้ากำลังทำอะ…”
“รู้”
เซี่ยเวยตัดบทเขาอย่างน้อยครั้งจะทำ กลับไปจ้องหลี่ว์เสี่ยนโดยมิได้เลี่ยงหลบสายตาอันหนักอึ้งระคนเคร่งขรึมจริงจังของอีกฝั่าย กระทั่งว่ายังกล่าวทวนคำพูดของตนอีกรอบด้วยท่าทีสงบเยือกเย