งยังมีชีวิตอยู่ล่ะ
หากเป็นความจริง หากเป็นความจริง…เซียวซูใจสั่นระทึก เงยศีรษะมองท้องฟั้าเบื้องนอกจากภายในตำหนักฉือหนิงซึ่งมีแต่เสียงอื้ออึงตื่นตระหนก ทว่าเห็นแต่ความมืดมิด ปราศจากดาราสักดวง สายลมราตรีของฤดูเหมันต์โชยเข้ามาจนอดหนาวสะท้านไม่ได้!
*****
จวนของเซี่ยเวยอยู่ติดจวนหย่งอี้โหวในอดีตซึ่งขณะนี้ทางการปิดผนึกไปแล้ว
ภายในห้องทำพิณ แสงตะเกียงสว่างโรจน์
หลี่ว์เสี่ยนสวมชุดคลุมยาวเยี่ยงบัณฑิตผู้ทรงภูมิ เดินเอามือไพล่หลังย่ำเท้ากลับไปกลับมาเดินจากซ้ายไปขวาและจากขวาไปซ้าย บางครั้งก็ทอดสายตามองออกไปข้างนอก เห็นชัดว่ารออยู่นานแล้ว
จนเกือบเที่ยงคืนถึงมีเสียงแว่วมาจากภายนอก
ในที่สุดเซี่ยเวยก็กลับมา
เมื่อหลี่ว์เสี่ยนเห็นว่ามีเงาคนตรงมาจากระเบียงทางเดิน เขาก็ขยับเท้าออกไปก้าวหนึ่งพร้อมถามด้วยความร้อนใจอย่างติดจะอดรนทนไม่ไหว เป็นอาการที่พบได้ไม่บ่อยนัก “เรื่องเป็นเช่นไรบ้าง”
เซี่ยเวยมองเขาแวบหนึ่ง ขมวดคิ้วเล็กน้อย“ก็พอตัว”
นับตั้งแต่รู้ว่าจางเจอเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องและเซี่ยเวยปราศจากความคิดจะกำจัดเจ้าหินขวางทางก้อนนี้ทันที หลี่ว์เสี่ยนก็ร้อนรนกระวนกระวาย ทว่ามิได้มาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรอกแต่เกิดจากเซี่ยเวยที่นับวันก็ยิ่งแสดงความผิดปกติให้เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่างหาก
เมื่อได้ยิน ‘ก็พอตัว’ สามคำนี้ เขาก็แทบระเบิด
หลี่ว์เสี่ยนถามอย่างตรงไปตรงมา “สังหารจางเจอแล้วหรือ”เซี่ยเวยตอบ “เปล่า”
หลี่