คนผวา แต่ถึงกระนั้นกลับถอนหายใจโล่งอกตัวสั่นงันงก ยังไม่ได้สติกลับคืนมาอยู่บ้าง เพียงเอ่ยว่า “เรื่องตำหนิน่ะไม่ตำหนิหรอก แค่นึกเสียดายหน่อย ๆ แม้จะเป็นหน่วยกล้าตายของนิกายสวรรค์ แต่หากนำตัวกลับไปลงทัณฑ์และไต่สวนอย่างเข้มงวดก็อาจคายอะไรออกมา…”
หน่วยกล้าตายของนิกายสวรรค์เรอะ?เซียวติ้งเฟยมองสภาพน่าสังเวชที่กองเกลื่อนพื้นพลางยิ้มเยาะในใจ พลันบังเกิดความรู้สึกเย้ยหยันปนเวทนา
เขาทำได้เพียงเงยศีรษะมองเซี่ยเวยอีกครา
ขณะนี้ใกล้พลบค่ำแล้ว ทินกรกำลังลับเหลี่ยมเมฆาทางทิศประจิม
แสงตะวันรอนเป็นสีแดงฉาน
ปั่าเริ่มมีหมอกก่อตัวเข้าปกคลุม
รองราชครูหนุ่มยืนตระหง่าน ชุดนักพรตซึ่งเดิมทีขาวบริสุทธิ์อาบไล้ด้วยแสงเจิดจ้าของอาทิตย์ยามสนธยาประหนึ่งแช่โลหิต ชำระล้างด้วยกระแสธารแห่งกาลเวลาจนเก่าคร่ำคร่าเหลือไว้เพียงสีแดงระเรื่อเปล่งรัศมีเรืองรอง
เซี่ยเวยดูสบายอกสบายใจ ยิ้มบางพลางเอ่ยว่า “ท่านกั๋วกงไม่ตำหนิก็ดีแล้ว ถ้าเกิดคุณชายติ้งเฟยคือติ้งเฟยซื่อจื่อของจวนกั๋วกงเมื่อกาลก่อนแล้วต้องประสบเหตุจนเป็นอันใดขึ้นมา ไม่ว่าใครก็ไม่อาจแบกรับความผิดไหว อย่างไรเสียก็เคยได้ยินว่าสมัยนั้นซื่อจื่อสละตนเองเพื่อช่วยเจ้าเหนือหัว เป็นผู้มีพระคุณที่ฝั่าบาททรงระลึกถึงอยู่เสมอ…”
เซียวหย่วนสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อยเขาช้อนตามองเซี่ยเวย
ทว่าเซี่ยเวยยืนหันหลังให้ทิศประจิม ประกายแสงอาบร่างจนมองเห็นใบหน้าไม่ชัด เขาประสานมือคารวะเซียวหย่ว