พ่อไก่ขนเหล็กถอนขนแล้[1]!
เจียงเสวี่ยหนิงดีใจแทบกระโดดตัวลอย แต่ติดที่เซี่ยเวยยังอยู่ตรงหน้า จะกี่มากน้อยก็ต้องข่มกลั้นไม่แสดงออกเพื่อรักษาความงามสง่าเอาไว้บ้าง ทว่าก็ไม่อาจปิดบังรอยยิ้มและความปีติยินดีที่ฉายในดวงตา
คำยกยอปอปันก็ยิ่งไม่ต้องตระหนี่ถี่เหนียว“เซียนเซิงช่างเข้าใจหัวอกผู้อื่นเสียจริง เอาใจใส่ยิ่งนักเจ้าค่ะ!”
เซี่ยเวยโบกมือสั่งให้เจี้ยนซูไปนำตั๋วแลกเงินมาให้นาง ก่อนจะถาม “เจ้าทำอย่างเอิกเกริกเช่นนี้ ไม่กลัวว่าผู้อื่นเห็นแล้วจะวิพากษ์วิจารณ์เสีย ๆ หาย ๆ เอาหรือ”
เจียงเสวี่ยหนิงกลอกตา “ใต้เท้าจางช่วยชีวิตข้า นี่ข้ากำลังทดแทนบุญคุณอยู่นะเจ้าคะ!”
ทดแทน บุญคุณ
เซี่ยเวยเน้นเสียงในใจหนัก ๆ รอบหนึ่ง เขากวาดสายตามองนางด้วยท่าทางสบาย ๆ “ช่างหาข้ออ้างได้ดีนัก ข้านึกว่าเจ้าจะใช้โอกาสนี้เผยความในใจกับเขาเสียอีก”
เจียงเสวี่ยหนิงตะลึงงันทันที‘เผยความในใจ’ สี่คำนี้เสมือนเม็ดลูกปัดหล่นกระแทกหัวใจ เดิมทีคิดว่าแรงกระแทกนั้นจะทำให้ใจสั่นไหวเพียงเล็กน้อย ผู้ใดจะรู้ว่าลูกปัดเหล่านั้นกลับกระเด้งกระดอนต่อจนเกิดเสียงดังกังวาน ใจนางพลันว้าวุ่นไปหมด
“นี่ นี่จะเป็นไปได้อย่างไรล่ะเจ้าคะ”
นางปฏิเสธทันควัน อย่างไรเสียก็ไม่เคยเกิดความคิดเช่นนี้จริง ๆ
เซี่ยเวยเห็นสีหน้านางแปรเปลี่ยนทันทีทันใดท่าทางคล้ายตกใจคำพูดประโยคนั้น เขาก็นึกเยาะหยัน ใจอยากแต่ไม่กล้าทำก็เท่านั้นเอง
เจี้ยนซูนำตั๋วแลกเงินกลับมาพอดี