เจียงเสวี่ยหนิงรีบรับเอาไป นางสงบสติอารมณ์เล็กน้อย แล้วจึงค้อมกายกล่าวอำลาเซี่ยเวย หลังจากเดินออกมาจากลานเรือนด้วยความโล่งใจถึงพบว่าตนร่างเขม็งเกร็งตลอดเวลาขณะเผชิญหน้าเขา
เจี้ยนซูมอบตั๋วแลกเงินให้แล้วก็ยืนอยู่ด้านข้างไม่กล้าเปล่งวาจา
เซี่ยเวยยึดกรอบประตูขณะมองเงาร่างนางลับหายไปจากหัวมุมของทางเชื่อม ก่อนจะปล่อยมือเดินกลับเข้าไปนั่ง เพียงแต่เมื่อครู่เขาเปิดประตูและถูกประกายของหิมะเบื้องนอกสาดดวงตา ภาพเบื้องหน้าจึงคล้ายมีประกายแสงขยับวูบไหวอยู่ชั้นหนึ่ง
เขาค่อย ๆ หลับตาลง
จากนั้นจึงเอ่ยว่า “ไปตามตัวเซียวติ้งเฟยมา”
———–
ผู้ดูแลเหลาสุราแห่งนั้นส่งคนมาช่วงพลบค่ำจริงดังคาด เมื่อเจียงเสวี่ยหนิงได้ตั๋วแลกเงินหนึ่งพันตำลึงมาก็ใช้จ่ายมือเติบอย่างหาได้ยากยิ่งในช่วงหลายวันที่ผ่านมา นางรีบจ่ายเงินท่ามกลางสายตาประหลาดใจอย่างยิ่งของเสียวเปั่าเหลาสุราย่อมต้องส่งคนมาหารือเรื่องสุราอาหารกับนางโดยเฉพาะ
รสปากของจางเจอค่อนไปทางจืด แต่ไหนแต่ไรเขาก็มิใช่ผู้ที่ชอบอาหารเลิศรสอันล้ำค่าหายากจึงไม่จำเป็นต้องจัดเตรียมให้ดีเป็นพิเศษ ขอเพียงประกอบอาหารแต่ละชนิดอย่างพิถีพิถันและให้ความรู้สึกแปลกใหม่ก็พอ ส่วนสุรานั้นหรือ ปกติแล้วบุรุษผู้นี้เป็นคนคออ่อน อีกทั้งในเมื่อท่านหมอบอกว่าเขาพักฟืนมาหลายวันแล้ว ดื่มสักเล็กน้อยย่อมไร้ปัญหา ช่วงที่สภาพอากาศหนาวเหน็บเช่นนี้ สุราฮวาเตียวแห่งเซ่าซิง[2]ชั้นยอดย่อมเหมาะสมที่สุด ก