ารได้ดื่มตอนร้อน ๆ ตรงเตาผิงคงแสนอบอุ่นเหลือจะกล่าว
ชาติก่อนสมัยนางดำรงยศเป็นฮองเฮาอยู่ในวังหลวง ช่วงสองปีแรกนางมักจัดงานเลี้ยงจุกจิกเช่นนี้เพื่อแสดงอำนาจ หลายปีต่อมากลับปล่อยมือคร้านจะสนใจ เจียงเสวี่ยหนิงคิดไม่ถึงว่าตนจะเก็บความสามารถดังกล่าวกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้งในสถานการณ์แบบนี้ด้วย
แม้แต่งานเลี้ยงใหญ่ภายในวังหลวงนางก็เคยจัดมาแล้ว ฉะนั้นการจัดโต๊ะเล็ก ๆ เพียงโต๊ะเดียวจึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอันใด
ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็ตกลงกันได้
คนจากเหลาสุราคงเห็นว่านางน่าจะมีสถานะไม่ธรรมดาจึงไม่กล้าทำอย่างขอไปที ไม่เพียงสั่งให้พ่อครัวเดินทางมาดูห้องครัวที่อารามซั่งชิงว่าใช้งานได้หรือไม่ แต่ยังส่งเครื่องใช้ไม้สอยที่จำเป็นในคืนส่งท้ายปีวันพรุ่งนี้มาล่วงหน้าจำนวนหนึ่ง กระทั่งว่ายังส่งสุรามาให้ด้วย
เดิมทีพวกของเซียวหย่วนต้องจัดงานเลี้ยงแก่นายทหารที่ร่วมเดินทางมาและไม่อาจกลับเมืองหลวงอยู่แล้ว เมื่อคนกลุ่มนี้เดินเข้า ๆ ออกๆ จึงไม่มีผู้ใดสนใจมากนัก
เจียงเสวี่ยหนิงที่อยู่นอกห้องครัวมองพวกเขาขนย้ายข้าวของเข้าตัวเรือน ดูไปดูมาก็ใจลอยเสียอย่างนั้น
“ข้านึกว่าเจ้าจะใช้โอกาสนี้เผยความในใจกับเขาเสียอีก…”
วาจายามเช้าประโยคนั้นของเซี่ยเวยก้องกังวานในสมองนางอีกครั้งราวกับภูตผี
ใจของเจียงเสวี่ยหนิงเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อยอย่างน่าประหลาด แม้ว่านางจะรู้ว่าตนไม่เคยมีความคิดเช่นนี้มาก่อนและไม่สมควรมีด้วย แต่ใครใช้ใ