งทื่อ พลันบังเกิดความระแวดระวัง “ไม่มีเรื่องเช่นนั้น ท่านไปฟังใครมา”
เซียวติ้งเฟย “ก็คุณหนูทำเรื่องใหญ่โตเสียขนาดนี้ ลำพังแค่สุราฮวาเตียวแห่งเซ่าซิงไหนั้นข้าก็ได้กลิ่นตั้งแต่ตอนมันผ่านนอกห้องข้าแล้ว ฮิๆ คุณหนู จะดีจะชั่วพวกเราก็เป็นสหายที่ร่วมทุกข์กันมาไม่ใช่หรือ เลี้ยงข้าวข้าสักมื้อดีหรือไม่”
เลี้ยงข้าวสักมื้อ?!
หากเจียงเสวี่ยหนิงเป็นแมว เกรงว่าตอนนี้คงขนพองไปทั้งตัวเป็นแน่แท้ นางตอบอย่างเย็นชา“ฝันไปเถอะ!”
นางรู้ว่าคนผู้นี้นิสัยดันทุรัง จึงสะบัดแขนเสื้อเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก กลัวอีกฝั่ายจะเข้ามายุ่งวุ่นวายกับแผนการของตนแต่เซียวติ้งเฟยเป็นพวกชอบตีสนิท
เขาต้องการจะดื่มสุราและกินอาหารเหล่านั้นให้ได้ อีกทั้งยังมีร่างสูงกว่าเจียงเสวี่ยหนิงย่างเท้าก้าวเดียวก็เท่ากับนางสองก้าวแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงตามทันโดยไม่สิ้นเปลืองแรงเพื่อรบเร้าต่ออย่างมุมานะ “อย่าทำเช่นนี้สิ นี่คืนส่งท้ายปีเก่าเชียวนะ เฮ้อ กินอาหารคืนส่งท้ายปีทั้งทีก็ต้องมีคนมาร่วมสนุกสนานครื้นเครงกันให้มากหน่อยมิใช่หรือ คุณหนูลำบากเตรียมการตั้งมากมาย แต่อยู่ตามลำพังเพียงคนเดียวแล้วจะกินหมดได้อย่างไร หรือว่าคุณหนูเชิญผู้อื่นมา”
เจียงเสวี่ยหนิงกลั้นหายใจ ยังคงเดินต่อทั้งหน้าบึ้งทันใดนั้นเซียวติ้งเฟยกลับใช้พัดเคาะฝั่ามือคราหนึ่ง “อ๊ะ คงไม่ได้เชิญคนแซ่เซี่ยผู้นั้นมาหรอกนะ ได้ยินว่าเขาเป็นอาจารย์ของเจ้านี่…”
เจียงเสวี่ยหนิงหันหน้ากลับไ