าคนผู้นี้หลบอยู่ทางด้านหลังช่วงที่ทุกคนเผลอเกรงว่าหากมอบเวลาให้อีกเพียงนิด คงถอยหลังเข้าไปซ่อนตัวในพงหญ้าแล้ว
เห็นได้ชัดว่าลูกเกาทัณฑ์อำมหิตของเซี่ยเวยดับความหวังของเขาจนสูญสิ้น
หว่างคิ้วหล่อเหลาหมดจดพลันปรากฏความเจ็บปวดเด่นชัด เหงื่อเย็นบนหน้าผากไหลพรั่งพรูในบัดดล ทว่าขณะที่เขาล้มลงในพงหญ้าเปือนโลหิตและออกแรงกดบาดแผลของตน ไม่รู้เพราะเหตุใดมุมปากกลับกระตุกเป็นรอยยิ้มเย็น ให้ความรู้สึกต่างจากบุคลิกเสเพลเกียจคร้านตามปกติอยู่บ้าง ยามเขาช้อนตามองไปทางเซี่ยเวยตรงที่สูง สีหน้าก็ปรากฏความเย้ยหยันท้ายที่สุดแล้วตู้จวินก็ยังเกลียดชังเขาอยู่ดี
แม้อีกฝั่ายจะนุ่งห่มผิวหนังของนักปราชญ์เวลาปกติจึงไม่ได้ต่อว่าอะไรเขานัก ทว่าเซียวติ้งเฟยก็รู้ดีแก่ใจมาตลอด
เขารู้มาตั้งแต่แรกแล้วว่าคนผู้นี้คงไม่มีทางปล่อยตนไปโดยง่าย
โลหิตหยดหนึ่งร่วงลงมาตามการสั่นสะเทือนของสายเกาทัณฑ์ ใต้แสงตะวันอันหรุบหรู่จึงดูน่าพรั่นพรึงอยู่บ้าง
เซี่ยเวยค่อย ๆ ลดแขนทันใดนั้นเตาฉินก็หันศีรษะกลับมาด้วยความตกตะลึงเล็กน้อย เขาปรายตามองหยดโลหิตบนสายเกาทัณฑ์ก่อน จากนั้นจึงย้อนมองนิ้วมือที่ทิ้งต่ำใต้แขนเสื้อหลวมกว้างของเซี่ยเวย ถึงพบว่านิ้วของเขาถูกสายเกาทัณฑ์บาด เนื่องจากเมื่อครู่จับสายเป็นเวลานานและแน่นเกินไป ยามนี้โลหิตจึงกำลังไหลหยดจากปลายนิ้ว
ทว่าเจ้าตัวไร้การตอบสนองแม้แต่น้อย
ตลอดทั้งหุบเขาเงียบเชียบ
เตาฉินมองอยู่นาน แต่ไม่กล้าพูด