ตลอดเส้นทางที่เดินจากหลังเขากลับไปหน้าเขา สิ่งที่พบเห็นล้วนเป็นหินผาที่พังทลายระเกะระกะและซากศพเกลื่อนกลาด ปรายตามองบางครั้งจะเห็นร่างที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์และศพซึ่งนอนตายตาไม่หลับอีกด้วย
แม้ชาติก่อนเจียงเสวี่ยหนิงจะเคยผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เมื่อพบภาพเหตุการณ์เช่นนี้ก็ยังอดอกสั่นขวัญหายไม่ได้
เสียวเปั่าเดาออกว่านางคงกลัวภาพโหดร้ายคละคลุ้งกลิ่นคาวโลหิต เขาจึงเดินเยื้องหน้าและใช้เงาร่างของตนบดบังภาพอันเหี้ยมโหดส่วนใหญ่เอาไว้ พานางเดินเลียบผ่านกำแพงเรือนเขตหลังเขามาตลอดทาง
แม้อารามซั่งชิงจะครอบครองโดยนิกายสวรรค์ แต่โครงสร้างพื้นฐานเดิมของอารามเต๋าก็มิได้เปลี่ยนแปลง
ด้านหน้าเป็นอารามเต๋า ส่วนด้านหลังเป็นที่พักของเหล่านักพรต
เพียงแต่ขณะนี้ไร้ซึ่งนักพรตที่แท้จริงมานานนมแล้ว เหลือไว้เพียงเรือนว่างเปล่าจำนวนมากหลังอาราม
เสียวเปั่าจึงมาช่วยเจียงเสวี่ยหนิงเก็บกวาดห้อง “เซียนเซิงกำชับให้คุณหนูรองเจียงพักผ่อนที่นี่ก่อน ข้าคิดว่าเซียนเซิงกับใต้เท้าจางคงยังมีเรื่องต้องสนทนากัน นอกจากนี้คุณชายของจวนติ้งกั๋วกงก็เหมือนจะได้รับบาดเจ็บไม่เบา เกรงว่าคงไม่อาจกลับเมืองหลวงได้ชั่วคราว ต้องอยู่ค้างที่นี่หลายวันแล้วละขอรับ”
เขาชงชามาให้กาหนึ่งด้วย
เสร็จแล้วจึงไปสนทนากับคนข้างนอก กระทั่งว่ายังนำชุดใหม่เอี่ยมมาให้นางผลัดเปลี่ยนถึงสองชุด “นี่เป็นชุดที่สั่งให้คนไปซื้อมาจากในเมืองชั่วคราว คุณชายเจี้ยนซูบ