อกว่าไม่อาจเทียบชุดที่นิยมกันในเมืองหลวงได้อยู่แล้ว ทว่าคงได้แต่ขอให้คุณหนูใช้แก้ขัดไปก่อนนะขอรับ”เจียงเสวี่ยหนิงยังคงห่มเสื้อคลุมนักพรตที่เซี่ยเวยรัดให้ ด้านในเสื้อคลุมบุหนังเสวี่ยเตียว[1]ชั้นหนึ่ง เพียงห่มแนบร่างก็ทำให้อบอุ่น
นางเหลือบมองชุดทั้งสอง
ชุดหนึ่งสีฟั้าน้ำทะเล อีกชุดสีม่วงอ่อน แม้ไม่อาจเทียบบรรดาเสื้อผ้าฝีมือประณีตในเมืองหลวง ทว่ารูปแบบกลับเรียบหรูและเหมาะสมเห็นชัดว่าเลือกสรรด้วยความตั้งใจ ติดเพียงว่าชุดนี้คนของเซี่ยเวยส่งมา สุดท้ายแล้วนางจึงยังรู้สึกแปลกประหลาดยู่ดี
นางกระสับกระส่ายยิ้มไม่ออก เพียงมองเสียวเปั่าแล้วพูดว่า “ที่แท้เจ้าก็เป็นคนของเซียนเซิงนี่เอง”
เสียวเปั่าเอ่ย “หากไม่มีคนคอยประสานงานภายใน เซียนเซิงก็ไม่กล้าเสี่ยงอันตรายเช่นกันขอรับ”
เขาตีหน้าขรึมขณะเปล่งวาจา กิริยาท่าทางคนละเรื่องกับช่วงที่อยู่กับเจียงเสวี่ยหนิงหลายวันก่อนและเอาแต่เรียก ‘พี่สาว’ เลย เขาหลุบตาไม่เหลือบมองนางสักแวบ ท่าทางเหมือนไม่ค่อยสบอารมณ์
เจียงเสวี่ยหนิงจึงนึกถึงเมื่อตอนเช้าตรู่เด็กคนนี้วางยาในอาหารของนาง ทำให้นางพ้นสายตาของนิกายสวรรค์โดยใช้เหตุผลว่าไปหาหมอ เขาสั่งให้นางไปซ่อนตัวที่โรงเตี๊ยมฝังตรงข้ามของถนน แต่นางไม่อยากไป พอพบว่าเรื่องร้านขายยาหย่งติ้งเป็นเรื่องลวงก็รีบรุดไปยังศาลาว่าการและเอาตัวเข้าเสี่ยงโดยไม่แยแสสิ่งใด
คงเพราะทุกสิ่งล้วนอยู่เหนือการคาดการณ์ของเซี่ยเวย
เซี่ยเวยถึงโก