้น
มือของอีกฝั่ายปราศจากอาการสั่นระริกแม้แต่น้อย
แม้บริเวณขุนเขาเบื้องหลังอารามซั่งชิงจะมีฝูงชนเนืองแน่น ทว่ากลับไร้ซึ่งสรรพสำเนียงใด
เซี่ยเวยมองเห็นคมศรของตนซ้อนทับศีรษะจางเจอพอดีผ่านห้วงอากาศอันโล่งกว้าง หากเขาคลายมือเพียงเล็กน้อยย่อมไม่มีทางพลาด
แต่ท่ามกลางความเงียบสงัดนี้ เงาร่างอีกร่างหนึ่งก็เข้ามาขวางเบื้องหน้าจางเจอ
บอบบาง ซูบเซียวท่ามกลางพงหญ้ารกชัฏ ดวงหน้าไร้สีเลือดฝาดแฝงความหวาดหวั่น แต่กลับยังดึงดันจะอ้าแขนเรียวยาว ตัวคนยืนอยู่เบื้องหน้าสุดของทิศทางที่เขาเล็งศรอย่างแน่วแน่ราวกับศิลาใหญ่!
“เจียง เสวี่ย หนิง!”
เขาเค้นชื่อแซ่นี้ลอดไรฟันเบา ๆ หากกล่าวว่าความดุร้ายในตัวเขาตอนอยู่ที่โรงเตี๊ยมมีเพียงส่วนเดียว ยามนี้ความดุร้ายนั้นก็พุ่งพรวดเป็นสิบเท่าร้อยเท่า ทำให้เขามิอาจสะกดกลั้น และไม่อยากสะกดกลั้นด้วย
ใบหน้าเขาเย็นชาประดุจแช่แข็ง ไร้ซึ่งความอบอุ่นใด ๆชั่ววูบนั้นเซี่ยเวยใคร่ยิงศรเฉือนร่างนางเป็นชิ้น ๆ ถือเสียว่าตนไม่เคยสอนศิษย์ผู้นี้มาก่อน!
ฟึบ!
เสียงสายคันศรดังสะเทือนเลื่อนลั่น ลูกเกาทัณฑ์พุ่งทะยานดั่งอสุนีบาต!