เป็นตอบว่า “แม่นางผู้นั้นต้องตามท่านนายอำเภอไปแล้วแน่ จะขัดขวางก็ทำไม่ได้ หากคำนวณตามความรวดเร็วในการเดินเท้า เกรงว่าขณะนี้คงถึงอารามซั่งชิงแล้วขอรับ”
เจี้ยนซูซึ่งยืนอยู่ด้านข้างแทบจะสูดลมหายใจเฮือก
คุณหนูรองเจียงเป็นสตรีอ่อนแอไร้กำลัง เหตุใดถึงกล้าพาตัวเข้าไปเสี่ยงอันตรายเช่นนี้!
เสียวเปั่าเองก็เบิกตาโพลง
มีเพียงเซี่ยเวยที่ดูเหมือนว่าจะคาดการณ์ไว้แล้ว เขาพลันเปล่งเสียงหัวเราะที่ไม่อาจบ่งบอกอารมณ์ ทั้งคลุมเครือทั้งแสบร้อน คล้ายมีอะไรติดขัดในลำคอ สุดท้ายก็กลายเป็นคำทุ้มหนักสองคำ “ดี ดี”
คงดูถูกความกล้าของนางเกินไป!
ยามเป็นศิษย์อยู่ในวังหลวงทั้งเชื่อฟังและว่านอนสอนง่าย ครั้นอยู่ข้างนอกกลับออกนอกลู่นอกทาง!
ถึงขั้นกล้าตั้งตนเป็นศัตรูกับข้าเพื่อจางเจอเชียวหรือ!
เซี่ยเวยกดนิ้วมือกับขอบโต๊ะจนเย็นเยียบกลุ่มก้อนความดุร้ายที่ยังคงลอยวนเวียนไม่สูญสลายแผ่ขยายจากส่วนลึกของดวงตา เขาลุกขึ้นสะบัดแขนเสื้อเดินออกจากโรงเตี๊ยมพร้อมกล่าวด้วยความเย็นชา “ไปอารามซั่งชิง”
ช่วงบ่ายวันนั้น ริมแม่น้ำของหมู่บ้าน เจียงเสวี่ยหนิงเคยเผยความในใจต่อจางเจอว่าตนไม่อยากอยู่ทั้งในเมืองหลวงและในวัง ใคร่ฉวยโอกาสนี้หนีไปให้ไกล
เขาจึงคิดว่าตนที่ไม่เฝั้าเพ้อฝันอันใดอีกแล้วก็หวนกลับไปทำตามเจตนารมณ์เดิมต่อได้ แม้นวันข้างหน้าจะไม่อาจพานพบนางได้บ่อยครั้ง แต่ก็ยังหวังว่านางจะสมปรารถนา ได้ไปยังสถานที่ห่างไกล ท่องไปสุดหล้าฟั้าเขีย