ชายร่างกำยำสวมสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบขาดรุ่ยบางจุด ผมเผ้าอันยุ่งเหยิงแผ่สยายลงมากว่าครึ่ง เคราเขียวครึ้มขึ้นเต็มคางคมได้รูป เขาเพิ่งดื่มสุรามาจากด้านนอก ตามร่างกายจึงมีกลิ่นฉุนแม้สารรูปจะดูหดหู่ซึมเซาอยู่บ้าง ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับปราศจากความมึนเมาแม้แต่น้อยแหลมคมประหนึ่งดาบที่ชักจากฝัก
มือถือดาบพัว[1]ธรรมดา ๆ เล่มหนึ่ง
สิ่งที่ไม่ปกติคือโลหิตอุ่น ๆ ซึ่งยังคงหยดจากปลายดาบ
เมิ่งหยางในตอนนี้ประหนึ่งเทพสังหาร!ดวงตาของสาวกนิกายสวรรค์ผู้ใช้ดาบคนก่อนหน้ายังคงเหลือกมองเบื้องบน ทว่าตัวคนล้มลงกับพื้น เปล่งเสียงแห้ง ๆ จากลำคอไม่กี่ครั้งจากนั้นก็หมดลมสิ้นชีพ
ทุกคนเห็นแล้วร่างสั่นสะท้าน
พลันนึกถึงข่าวลือน่าสะพรึงกลัวสารพัดอย่างที่เกี่ยวข้องกับเมิ่งหยาง ต่อให้ฝั่ายนิกายสวรรค์มีกำลังคนมากกว่า แต่ก็ไม่ใช่คนชั่วช้าเลวทรามอันใด ต่างตื่นตระหนกจนยืนนิ่งไม่ไหวติง พลันไม่กล้าบุกเข้าโจมตี
บัดนี้จางเจอถึงค่อยลุก คราบโลหิตสด ๆสาดกระเซ็นเปรอะเปือนเต็มชุด เขาเห็นแล้วไม่ยี่หระ เพียงลากเก้าอี้ออกข้างเล็กน้อยเพื่อเปิดช่องเดินออกมา กล่าวกับเมิ่งหยางเสียงเรียบเฉย“รบกวนแล้ว”
เมิ่งหยางตอบด้วยความเย็นชาน่าเกรงขามโดยไม่ได้หันหน้ากลับไป “เกรงใจแล้ว”
ท่าทางเหมือนไม่เห็นใครในสายตา
หากบอกว่าเมื่อครู่พวกเฝิงหมิงอวี่รู้สึกตะลึงพรึงเพริดมากกว่าความรู้สึกอื่นใด ยามนี้สิ่งที่มากล้นยิ่งกว่าคงเป็นความขุ่นเคือง เพลิงโทสะพวยพุ่