งจนต้องตบโต๊ะตวาดเสียงทุ้มหนัก “เมิ่งหยางเจ้าหมายความว่าอย่างไร?!”
เมิ่งหยางถูกขังคุกมานาน ไม่ได้ยืดเส้นยืดสายมานานมากแล้วเช่นกัน ครั้นได้สังหารอย่างอำมหิตไปคนหนึ่ง ทั่วทั้งสรรพางค์กายก็เปียมความสาแก่ใจที่ไม่ได้มีมาช้านาน เนื้อเต้นระริกหน่อย ๆ อย่างตื่นตัว
หากมนุษย์ละทิ้งความเป็นมนุษย์ไปเสียก็จะเหลือแต่สันดานสัตว์ปั่า
เขาหมุนข้อมือเบา ๆ ทีหนึ่ง โลหิตบนปลายดาบจึงถูกสะบัดกระเซ็นลงพื้น เขากล่าวระคนหัวเราะ เสียงแหบแห้งไม่น่าฟังยังคงหยาบกระด้าง “ดูไม่ออกหรือไร ข้ากับพวกเจ้ามันคนละฝั่าย!”
“ดี ดีนัก!”
เฝิงหมิงอวี่หน้าถมึงทึง เขาคิดว่าสังหารเมิ่งหยางตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งคงไม่เกินกำลัง อย่างไรเสียนิกายสวรรค์ของพวกตนก็มีจำนวนคนมากกว่า แค่คนตัวกระจ้อยร่อยไม่อาจส่งผลกระทบใหญ่โตอะไรได้หรอก
เฝิงหมิงอวี่โบกมือสั่งให้คนลงมืออีกครา
ด้านเมิ่งหยางเมื่อออกโรงย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าสถานการณ์ครั้งนี้เสมือนเข้าถ้ำเสือบึงมังกรนิกายสวรรค์ที่มิใช่คนดิบดีอันใดไหนเลยจะปราศจากการเตรียมตัว
เสียงของเมิ่งหยางจึงดังขึ้นแทบจะพร้อมกับที่เฝิงหมิงอวี่สั่งให้คนจัดการ
เขาตวาดไปด้านหนึ่งของประตู “มัวยืนอึ้งหาอะไร หยิบอาวุธสิ!”
ต้องรู้ไว้ว่าการปล้นคุกของนิกายสวรรค์คราวนี้มีเหล่าขุนโจรติดตามมาด้วย หวงเฉียนกับเฝิงหมิงอวี่คิดว่าในเมื่อพวกตนช่วยไว้ คนกลุ่มนี้ต้องยอมสวามิภักดิ์ต่อนิกายสวรรค์แน่นอน
แต่ผู้ที่ถูกปล่อยตัวออกมามีใครบ้างมิ