องฝั่ายเมิ่งหยางพลันทวีเพิ่ม
เพียงพริบตาก็มีศพนอนเกลื่อนพื้น
ขณะที่เห็นว่าฝั่ายของเมิ่งหยางจวนจะต้านทานไม่ไหว คิดไม่ถึงว่ากลับมีเสียงโห่ร้องเข่นฆ่าดังมาจากทางปั่าบนเขาด้านหลังอาราม กำลังพลสามฝั่ายทั้งของตระกูลเซียว นักโทษประหารและนิกายสวรรค์ได้ยินแล้วตะลึงงันกันหมดคล้ายไม่รู้จักที่มาของคนกลุ่มนี้!ภายในช่วงเวลาคับขัน ทั้งสามฝั่ายต่างเพิ่มความตื่นตัว
กำลังพลนั้นเลาะผ่านปีกข้างของอารามซั่งชิงเนื่องจากเป็นเส้นทางที่มีระยะสั้น ทำให้บุกตัดเส้นทางทั้งหน้าและหลังเข้ามาทันทีอย่างดุดันต่างสวมชุดของเจ้าหน้าที่ทางการ มือแตะดาบพัวหัวหน้าเป็นชายอ้วนผู้มีแขนขาและคอสั้น ชุดขุนนางที่สวมอยู่แทบจะถูกกิ่งไม้รายทางกรีดขาดหมวกขุนนางบนศีรษะเอียงกระเท่เร่เล็กน้อยทว่าปากกลับตะโกนถ้อยคำเปียมด้วยคุณธรรมและหลักการ “ศาลาว่าการเมืองทงโจวมาจับโจรร้ายแล้ว กบฏเช่นพวกเจ้ายังไม่รีบยอมจำนนโดยเร็วอีกหรือ ใต้เท้าจางอยู่ที่ใด ข้าน้อยพาคนมาช่วยท่านแล้ว!”
ทุกคนที่ได้ยินคำกล่าวนี้ต่างอดมุมปากกระตุกไม่ได้
มองผาดเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นคนไม่ได้ความ
แต่ก็ไม่อาจรับมือกำลังคนที่เขาพามามากเหลือเกิน ขณะคนเหล่านั้นกรูกันเข้ามา สาวกนิกายสวรรค์ก็ต้านทานไม่อยู่จนพลันล่าถอย
แว่วเสียงของชายผู้นั้นเอ่ยถามท่ามกลางเสียงเซ็งแซ่ “ผู้ใดคือใต้เท้าจาง”
เสียงหวานใสตอบกลับด้วยความร้อนใจผสานไปกับเสียงอาวุธ “ชุลมุนเช่นนี้ ข้าจะเห็นชัดได้อย่างไรเล่า”