เมื่อจางเจอได้ยินก็สะท้านไปทั้งร่าง
เขาหันขวับไปหาต้นเสียงทันที
กลุ่มเจ้าหน้าที่ไม่รู้ทำตัวตามอำเภอใจจนเคยชินหรืออะไร ยามลงมือถึงได้โหดร้ายไม่ยั้งไมตรีเข่นฆ่าฟันคนจนเบิกทางเดินเป็นสายโลหิต ด้วยเหตุนี้ครั้นจางเจอได้ยินเสียงร้องโวยวายเสียงหนึ่ง เขาก็มองเห็นเงาร่างอรชรวิ่งทะยานประหนึ่งโผบินมาทางตน
ใบหน้าอันไร้การแต่งแต้มของนางไม่ขาวซีดเช่นตอนส่งนางไปยังร้านขายยาหย่งติ้งก่อนหน้านี้ ทั้งยังแดงระเรื่อจากการวิ่ง การเดินตัดเส้นทางบนเขาที่ใกล้มากที่สุดทางปีกข้างของอารามซั่งชิงทิ้งคราบโลหิตเบาบางเอาไว้หลายเส้นเพราะกิ่งไม้กรีดใบหน้าขาวนวลเนียน
แต่นางไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นเขา นัยน์ตาอันสุกใสคู่นั้นพลันร้อนผ่าว ยามมาถึงเบื้องหน้าเขาก็แทบจะหลั่งน้ำตาร้องเรียกเสียงสั่นเครือเจือความร้อนใจ “จางเจอ!”
บาดแผลบนไหล่ซ้ายของจางเจอมีโลหิตไหลทะลักย้อมเสื้อคลุมครึ่งหนึ่งจนเป็นสีแดง ครั้นเห็นเจียงเสวี่ยหนิงไม่ได้ไปจากทงโจวแต่ติดตามกลุ่มเจ้าหน้าที่ย้อนกลับมาช่วยเหลือตน ในอกก็เหมือนมีอัคคีกลุ่มหนึ่งระเบิดออกมา ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นโลหิตเนื่องจากพักผ่อนไม่เพียงพอมาหลายวัน จางเจอถึงกับตำหนินางเสียงเข้มด้วยโทสะที่น้อยครั้งจะเกิดสักหน “ท่านกลับมาทำไม?!”
——————–
1. ขโมยไก่ไม่ได้ยังเสียข้าวสารอีกกำมือหมายถึงนอกจากจะฉวยโอกาสไม่ได้แล้วยังขาดทุนอีกต่างหาก