และมอบความจงรักภักดีให้แก่นิกาย แล้วไยจะต้องเสี่ยงอันตรายสละลาภยศสรรเสริญมาเหยียบหย่ำปลักโคลนนี้ด้วย ไม่ว่าจะด้านความรู้สึกหรือเหตุผลก็นับว่าเหลวไหลทั้งเพ”“เจ้า!”
เฝิงหมิงอวี่ตะลึงงัน ไม่กล้าเชื่อเลยว่ายามนี้จางเจอซึ่งพูดน้อยและประหยัดถ้อยคำมาตลอดทางจะมีวาจาเชือดเฉือนราวกับคมดาบคมกระบี่ทุกถ้อยคำ! แม้ภายนอกดูเหมือนสงบนิ่ง แท้จริงแล้วภายในซุกซ่อนอันตรายล้นเหลือ!
‘จริงด้วย หากจะสืบข่าว ราชสำนักส่งแค่ทหารหรือขุนนางระดับล่างมาก็พอแล้ว ไฉนต้องส่งขุนนางราชสำนักที่ตัดสินคดีได้เก่งกาจและมีชื่อเสียงบริสุทธิ์ไร้มลทินมาด้วย’
เฝิงหมิงอวี่สับสนเล็กน้อย
เขาอยากแก้ตัว แต่กลับไม่อาจจัดการความคิดของตนได้ชั่วขณะ ร่างที่รู้สึกเหมือนถูกฝังในผืนดินครึ่งหนึ่งสั่นเทา เพียงเอ่ยว่า “ทุกคนในนิกายสาขาใหญ่น่ะรู้จักข้าดี เจ้าจางเจอตัวดีช่างรู้จักกลับดำเป็นขาวนักนะ! หัวหน้าสาขาอู๋ท่านฟังข้ากล่าวเสียหน่อย จงจับตัวเจ้าจางเจอผู้นี้ก่อน จากนั้นขอให้นิกายส่งสารไปหาตู้จวินเซียนเซิงเพื่อสอบถาม คนผู้นี้ต้องเผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมาในที่สุดแน่นอน!”
เฝิงหมิงอวี่เป็นบุคคลที่มียศอำนาจในจินหลิงจริง
เขาจึงคิดว่าเมื่อตนเองพูดแล้วอู๋เฟิงก็ควรทำตามผู้ใดจะคาดคิดว่าเขากล่าวจบเนิ่นนานก็ยังปราศจากความเคลื่อนไหวอันใด เมื่อหันหน้าไปจึงพบว่าอู๋เฟิงกำลังเคลื่อนสายตาลังเลและครุ่นคิดจากร่างเขาไปหาจางเจอ ก่อนจะเคลื่อนจากร่างจางเจอกลับมาหาเ