ฝิงหมิงอวี่“ฮ่า ๆ ๆ ในที่สุดเฝิงเซียนเซิงและเจ้าวิหารหวงก็สร้างผลงานกลับมา น่ายินดี น่ายินดี!”
ผู้นี้คือ ‘อู๋เฟิง’ หัวหน้าสาขาทงโจว
เฝิงหมิงอวี่และหวงเฉียนพลันกล่าวถ่อมตน“เป็นเพราะพี่น้องในสาขาช่วยออกแรง พวกข้าสองคนมิกล้ารับความดีความชอบ”
อู๋เฟิงกวาดสายตาผาดเดียวก็มองเห็นกลุ่มคน‘ที่เกินมา’ เขากล่าวด้วยความพอใจอย่างยิ่ง“คราวนี้พวกท่านไม่เพียงช่วยเหล่าพี่น้องในนิกายของเราออกมาได้ แต่ยังพาผู้กล้าจำนวนมากเช่นนี้ออกมาจากคุกหลวงอีกด้วย ถือเป็นการช่วยเพิ่มขุมกำลังให้นิกายสวรรค์ของเรา หากรายงานผลงานนี้ขึ้นไป ท่านเจ้านิกายจะต้องตกรางวัลอย่างงามแน่!”
กลุ่มนักโทษซึ่งมีเมิ่งหยางเป็นผู้นำหลุดพ้นจากคุกหลวงมาได้เพราะบุญคุณจากนิกายสวรรค์จริง ๆ อีกทั้งสาเหตุที่พวกเขาติดตามนิกายสวรรค์มาจนถึงทงโจวก็เป็นเพราะต้องการเข้าร่วมด้วยเช่นกัน
แต่ยามนี้อู๋เฟิงยังไม่ทันพูดคุยหรือถามไถ่พวกเขาสักคำก็เอ่ยว่า ‘ช่วยเพิ่มขุมกำลังให้กับนิกายสวรรค์’ เสียแล้ว คำพูดคำจาเหมือนจะบอกว่าพวกเขามาขอพึ่งพิงอาศัยอย่างไรอย่างนั้น
สิ่งนี้ทำให้ทุกคนลอบขมวดคิ้ว
ธรรมดากลุ่มขุนโจรใหญ่ก็มิใช่คนดิบดีอะไรขามายังเคยมีปากเสียงกับสาวกนิกายสวรรค์เล็กน้อยด้วยซ้ำ เมื่อได้ยินอู๋เฟิงกล่าวเช่นนี้จึงไม่ค่อยสบอารมณ์
เมิ่งหยางยืนอยู่ด้านหลัง รอยยิ้มผุดบนริมฝีปาก
เขาเคลื่อนสายตาจากสาวกนิกายสวรรค์ไปยังร่างของจางเจอ
จางเจอแม้จะอยู่ในรังโจรแต่ก็ไร้ซึ่งค