ึ่ง ทอดสายตามองร้านเช่ารถม้าที่อยู่ไม่ไกลเบื้องหน้าอย่างใจลอย
อาจเพราะนางยืนอยู่นานเกินไป
เสียงความเคลื่อนไหวดังจากร้านทางด้านข้างถัดมาก็เกิดเสียงขยับพลิกบานประตู
ลูกจ้างร้านขายยาสวมชุดสีครามหิ้วปั้ายสี่เหลี่ยมเขียนตัวอักษรคำว่า ‘หย่งติ้ง’ ออกมาแขวนด้านนอก ครั้นเงยศีรษะเห็นสตรีผู้หนึ่งยืนอยู่นอกร้านจึงเอ่ยถามอย่างรู้งานทันที “มาพบท่านหมอหรือขอรับ”
เจียงเสวี่ยหนิงมีเรื่องต้องคิด จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เมื่อผินหน้ามาเห็นปั้ายร้านในมือลูกจ้างร้านขายยาถึงพบว่าตนกำลังยืนขวางการเปิดร้านของผู้อื่นอีกแล้ว เลยตอบกลับว่า“เปล่า” เมื่อขอโทษเสร็จจึงเดินมุ่งไปข้างหน้า
แต่เดินไปไม่กี่ก้าวก็รู้สึกผิดปกติ
ปั้ายร้านในมือลูกจ้างร้านขายยาพลันปรากฏวูบในสมองนางราวกับประกายไฟ เหลือไว้เพียงตัวอักษร ‘หย่งติ้ง’ สองคำบนนั้น ทำให้นางต้องรั้งฝีเท้าแล้วหมุนกายกลับไปถามทันควัน “ที่นี่คือร้านขายยาหย่งติ้งหรือ”
ลูกจ้างร้านขายยาเพิ่งแขวนปั้ายหน้าร้านเสร็จก็เห็นนางวกกลับมา เขางุนงงสงสัยอยู่บ้างตอบว่า “ใช่ขอรับ ท่านอยากจะพบท่านหมอแล้วหรือขอรับ”
เจียงเสวี่ยหนิงมองสำรวจร้านขายยาแห่งนี้รอบหนึ่ง รอบด้านมีผู้คนสัญจรขวักไขว่ ทว่าร้านนี้ปราศจากการระวังปั้องกันอย่างเข้มงวด
นางจิตใจหนักอึ้ง เอ่ยถามอีกครา “เมื่อสักครู่มีเด็กอายุราวสิบกว่าปีมาบ้างหรือเปล่า”
ลูกจ้างร้านขายยาเพียงคิดว่านางมาตามหาคน“ไม่เห็นนะขอรับ แม่นางพลัดหล