มนึกถึงสีหน้าของหวงเฉียนตอนได้ยินตนพูดคำว่า‘พี่น้องหนีตามกัน’ ยังอยากหัวเราะออกมาเสียด้วยซ้ำ
นางปัดมือ มองสำรวจโรงเตี๊ยมเบื้องหน้าอย่างสบายอกสบายใจ
ครั้นเข้าเมืองทงโจวก็ล่วงราตรีกาลแล้ว
ตอนเดินเข้าเมืองกันมาร้านค้าส่วนใหญ่ปิดประตูแล้ว มีเพียงส่วนน้อยที่ยังร้องขายเกี๊ยวน้ำและเกี๊ยวนึ่งฝั่าสายลมหนาว บรรยากาศเงียบเหงาวังเวงตลอดเส้นทาง เหลือแค่บรรดาหอคณิกาและโรงมหรสพไกลลิบ ๆ เท่านั้นที่คึกคักแน่นอนว่าก็ยังไม่อาจเทียบเมืองหลวงได้อยู่ดี
ส่วนโรงเตี๊ยมแห่งนี้ก็ดูซอมซ่ออยู่บ้างเช่นกัน
น้ำยาเคลือบเงาที่ทาประตูใหญ่หลุดลอกไม่น้อย ข้าวของเครื่องใช้ที่จัดวางล้วนเก่าคร่ำคร่าและไม่ได้แขวนประดับประดาอะไรเป็นพิเศษท่ามกลางเหมันต์อันแสนเหน็บหนาวมีเพียงความอบอุ่นเล็กน้อยแผ่จากแผ่นกระดาษสีแดงสดซึ่งติดบนขื่อประตูและข้างบันได เขียนคำว่า‘ความสุข’ เอาไว้เพราะใกล้ปีใหม่แล้ว
ชัดเจนว่าทงโจวเป็นฐานที่มั่นสำคัญแห่งหนึ่งของนิกายสวรรค์ เนื่องจากเมื่อเข้ามาในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ เหล่าสาวกนิกายสวรรค์ล้วนมีท่าทีผ่อนคลายลงไม่น้อย ครั้นนั่งแล้วผู้ที่ดื่มสุราก็ดื่มสุราไป ผู้ที่สนทนาก็สนทนาไป
ผู้ดูแลร้านเองก็ไม่ได้ถามไถ่สถานะ เพียงเข้ามาต้อนรับขับสู้ด้วยความอบอุ่นทันที
โชคดีช่วงนี้ลูกค้าน้อยมาก ทั้งยังไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นพวกเขา
แต่จางเจอไม่ได้ตาบอด นับตั้งแต่หวงเฉียนกับเจียงเสวี่ยหนิงเข้าประตูเมืองและกลับมารวมตัวกับทุกคน เขา