อในเป็นแค่ถั่วทองแดงเมล็ดหนึ่งซึ่งทั้งตุ๋นไม่เละ หุงไม่สุก ทุบไม่แบน ผัดไม่แตก แล้วยังส่งเสียงดังกึกก้องอีก! นอกจากนี้ คนที่รู้บรรดาเรื่องระยำตำบอนของเจ้าตัวก็มีแต่ต้องเป็นสาวกนิกายอยู่แล้วเมื่อพิเคราะห์ประโยคที่ว่า ‘ท่านเห็นว่าข้าใช่ ข้าก็ใช่’ อย่างถ้วนถี่ก็บ่งชี้เป็นนัย ๆ ถึงความสัมพันธ์ของใต้เท้าจางกับตู้จวินซานเหรินได้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาคงได้รับคำสั่งจากคนผู้นั้นมา และคำพูดของเขาก็คือคำพูดของตู้จวินซานเหรินนั่นเอง
พวกเขาจึงนึกไม่ถึงจริง ๆ ว่านี่คือหลุมพรางต่างหาก
อย่างไรเสียใต้เท้าจางก็เคยแสดงความสามารถให้เห็นต่อหน้า การออกจากคุกหลวงและผ่านประตูเมืองมาได้ล้วนเป็นผลงานใหญ่ของเขา ที่ผ่านมาต่อให้นิกายสวรรค์กระทำเรื่องอุกอาจโอหังมากเพียงใด ราชสำนักก็เพียงส่งทหารมากวาดล้าง ไม่เคยถึงขั้นเข่นฆ่าจนสิ้นซาก ขุนนางท้องถิ่นบางแห่งยังต้องการให้พวกเขาก่อความวุ่นวายเพื่อรายงานราชสำนักและขอเงินมาปราบปรามโจรผู้ร้ายเสียด้วยซ้ำ แล้วจู่ ๆราชสำนักจะมาสร้างกับดักขนาดใหญ่ถึงขั้นยอมเสี่ยงปล่อยตัวคนร้ายและโจรกบฏออกมาได้อย่างไรกันเล่า
ด้วยเหตุนี้ไม่นานนักท่าทีที่ทุกคนมีต่อจางเจอจึงสงบลง คิดไปคิดมาเรียกเขาว่า ‘ใต้เท้าจาง’ที่นี่ก็ออกจะดูประหลาดไปหน่อย จะเรียก‘คุณชาย’ ก็ดูขาดความเคารพ ดังนั้นจึงเรียกเขาด้วยคำเรียกขานทำนองเดียวกับที่ใช้กับนักวางกลยุทธ์ของนิกายว่า ‘จางเซียนเซิง’
คำพูดของหวงเฉียนลอบถามเขาเป