ือไม่ขอรับ”
เซี่ยเวยกลับไม่สนใจเสียอย่างนั้น พลันถามว่า“ไม่มีเรื่องอื่นแล้วหรือ”
เจี้ยนซูนิ่งอึ้ง
เซี่ยเวยไออีกสองครา แสงตะเกียงส่องกระทบใบหน้าขาวซีด บริเวณดวงตาเผยให้เห็นอาการปั่วยเรื้อรังอยู่หลายส่วน เขาไม่คิดจะสะสางงานใด ๆ ทั้งสิ้น เพียงผลักเอกสารทางการตรงหน้าออกห่าง ก่อนจะลุกไปยังห้องทำพิณทิศตรงข้ามแทน เดินไปพลางก็พูดไปพลาง“เทศกาลฉลองวันตรุษอยู่เดือนหนึ่งซึ่งก็อีกไม่กี่วันแล้ว เจ้าสั่งให้คนไปสืบดูหน่อยว่าช่วงนี้เด็กสาวในเมืองหลวงชมชอบสิ่งใด จากนั้นจงเขียนรายชื่อของขวัญวันเกิดส่งมาให้ข้า ข้าจะลองพิจารณาดู”
เด็กสาวชมชอบ?ของขวัญวันเกิด?
มีผู้ใดจะฉลองวันเกิดในเดือนหนึ่งอย่างนั้นหรือ?
เจี้ยนซูค้นหาในสมองคำรบหนึ่ง จำไม่ได้เลยว่าผู้ใดจะฉลองวันเกิดในเดือนหนึ่ง แต่เมื่อนึกถึงคำว่า ‘เด็กสาว’ ที่เซี่ยเวยใช้ในประโยคก็พลันกระจ่างแจ้ง อึ้งจนพูดไม่ออก
เขาไม่เหมือนหลี่ว์เสี่ยนที่กล้าโหวกเหวกโวยวายต่อหน้าเซี่ยเวยเสมอ ๆ จึงเพียงทำอยู่ในใจโดยไม่ออกอาการ กล่าวเสียงจริงจังประหนึ่งกำลังรับหน้าที่สำคัญว่า “ขอรับ”
ห้องทำพิณยังคงมืดมิด
เซี่ยเวยเดินเข้าไปจุดตะเกียง
แผ่นไม้จวี่บนแท่นทำพิณริมหน้าต่างเป็นรูปทรงตัวพิณเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่ยังไม่ได้นำมาต่อและลงน้ำยาเคลือบเงา เขาวางตะเกียงบนขอบหน้าต่าง ม้วนแขนเสื้อและหยิบมีดแกะสลัก ทว่าขณะกำลังจะแกะสลักจุดที่มีรายละเอียด นิ้วมือกลับชะงัก
เรื่องที่จู่ ๆ นึกขึ้